(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ) จดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำอาเซียน: ข้อเสนอแนะจากองค์กรภาคประชาสังคมในเมียนมาและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับการประชุมอาเซียนในวาระพิเศษเกี่ยวกับเมียนมา

Original English is below

22 เมษายน 2564

จดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำอาเซียน: ข้อเสนอแนะจากองค์กรภาคประชาสังคมในเมียนมาและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับการประชุมอาเซียนในวาระพิเศษเกี่ยวกับเมียนมา

ถึง ผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

เรียน ฯพณฯ ท่านผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอสำหรับการประชุมอาเซียนในวาระพิเศษเกี่ยวกับเมียนมา เราในฐานะองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งได้ลงนามไว้ข้างท้ายนี้ ในเมียนมาและกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปฏิบัติตามความพยายามของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ศาลอาญาระหว่างประเทศ และผู้ที่มีส่วนร่วมในประชาคมระหว่างประเทศอื่น ๆ ในการตัดสินใจที่จะจัดการกับการรัฐประหารที่ผิดกฎหมายและโหดร้าย รวมถึงอาชญากรรมทำลายล้างชีวิตมนุษย์จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นโดยรัฐบาลทหารในเมียนมา 

เรายินดีที่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด (Joko Widodo) มีข้อเสนอของสาธารณรัฐอินโดนีเซียสำหรับการประชุมอาเซียนวาระพิเศษ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลงในเมียนมาหลังจากการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยสงบและการรณรงค์สร้างความหวาดกลัวต่อพลเรือนที่ปล่อยโดยรัฐบาลทหาร โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานอาเซียนคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่มีมาก่อนและเป็นความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนในการแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นของเมียนมา โดยอ้างถึงองค์กรสูงสุดในการกําหนดนโยบายของอาเซียน

อย่างไรก็ตามพวกเรายังคงมีความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงจุดยืนที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกอาเซียนต่อการรัฐประหารในเมียนมา ขณะที่การยอมรับในเชิงรุกของรัฐบาลอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยต่อการกระตุ้นการแทรกแซงในระดับอาเซียน ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงยืนกรานด้วยความเห็นว่า สถานการณ์วิกฤตดังกล่าวอยู่ในกิจการภายในของเมียนมา ดังนั้นจะไม่มีการแทรกแซงมากจนเกินไปตาม “วิถีอาเซียน” ในการไม่แทรกแซงกิจการภายในและการเคารพอำนาจอธิปไตยของรัฐ

ท่าทีที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ทำให้อาเซียนยากที่จะบรรลุฉันทามติและเป็นผลให้เกิดความไม่แน่ชัดในการตอบสนองที่ล่าช้าจากอาเซียน ขณะที่รัฐบาลทหารยังคงโจมตีประชาชนชาวเมียนมาโดยเจตนาและมุ่งมั่นที่จะสังหารอย่างต่อเนื่อง สร้างความผิดหวังให้กับเราเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากผลลัพธ์ที่จัดทำโดยการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (IAFMM) ของอาเซียนไม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนชาวเมียนมา ถ้อยแถลงประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนไม่ได้เปิดเผยถึงการเรียกร้องต่อสาธารณชนโดยเฉพาะความโหดร้ายของรัฐบาลทหาร หรือเรียกร้องให้มีความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นร่วมกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังไม่ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อกองทัพทหาร ธุรกิจและการห้ามอาวุธทั่วโลก รวมถึงการให้ข้อมูลสถานการณ์ของเมียนมาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)

ด้วยความสนใจและเจตจำนงทางการเมืองที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกอาเซียนในขณะนี้ เราจึงมีความกังวลว่าการประชุมอาเซียนวาระพิเศษ จะมีขอบเขตอย่างไรที่จะสามารถสร้างการแทรกแซงอย่างมีนัยยะเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมาได้ทันท่วงที นอกจากนี้การตัดสินใจใด ๆ ของผู้นำอาเซียนที่จะยังผลให้รัฐบาลทหารนอกกฎหมายได้มีที่นั่งเป็นตัวแทนชาวเมียนมาในการประชุมอาเซียนในครั้งวันที่ 24 เมษายนยนี้ ซึ่งจะเป็นผลให้การกระทำของรัฐบาลทหารได้รับความชอบธรรม และจะส่งผลเสียหายไม่เพียงแต่ความสัมพันธ์ของอาเซียนกับประชาชนในเมียนมาเท่านั้นแต่ยังการทำลายเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนโดยรวม เมียนมาจะต้องมีตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยประชาชน ในนามของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ไม่ใช่โดยฝ่ายกองทัพพม่าที่ผิดกฎหมายที่พยายามจะเข้าควบคุมประเทศอย่างเต็มรูปแบบด้วยกำลังอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติในการประชุมสุดยอดอาเซียนวาระพิเศษจะต้องได้รับการยอมรับว่ามีความจำเป็นโดยอาเซียนและประเทศสมาชิก

ตามที่เราส่งจดหมายฉบับนี้ไปยังผู้นำอาเซียน ซึ่งปัจจุบันอาจมีการเจรจาต่อรองกันเอง เพื่อให้บรรลุฉันทามติ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเบื้องต้นสำหรับการประชุมอาเซียนในวาระพิเศษ ความรุนแรงและการสังหารที่ดำเนินการโดยทหารเมียนมาต่อผู้ประท้วงและพลเรือนยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด จนถึงขณะนี้รัฐบาลทหารได้จับกุมประชาชนโดยพลการ 3,070 คน และสังหารประชาชนจำนวน 713 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะในพื้นที่ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและคะฉิ่น รัฐบาลทหารได้ทิ้งระเบิดลงในหมู่บ้าน เป็นผลให้ชาวบ้านกว่า 20,000 คนไร้ที่อยู่ จากแนวโน้มของสถานการณ์ จำนวนเหยื่อที่เพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคและความไม่มั่นคงทางการเมือง เราขอเรียกร้องให้อาเซียนดำเนินการอย่างแน่วแน่และมีประสิทธิผล เพื่อจัดการกับการรัฐประหารของเมียนมาผ่านการประชุมสุดยอดอาเซียนในวาระพิเศษนี้

เพื่อให้การประชุมสุดยอดอาเซียนในวาระพิเศษเกี่ยวกับเมียนมามีนัยยะและประสิทธิผล วิธีการและผลลัพธ์จำเป็นต้องสอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนชาวเมียนมา ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนดำเนินการดังต่อไปนี้ทันที:

  • ปฏิเสธการมีรัฐบาลทหารนอกกฎหมายเป็นตัวแทนของชาวเมียนมาในการประชุมอาเซียนวาระพิเศษ
  • มอบที่นั่งของเมียนมาในการประชุมอาเซียนให้กับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของชาวเมียนมา ประกอบด้วยผู้แทนจากการเลือกตั้งผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ขบวนการอารยะขัดขืนและคณะกรรมการนัดหยุดงานทั่วไปที่ชาวเมียนมารับรอง ;
  • สร้างให้เกิดความชัดเจนในการประสานงานระหว่างอาเซียนกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมไปยังเมียนมาเพื่อติดตามสถานการณ์หยุดความรุนแรงและช่วยเจรจาแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
  • สนับสนุนการริเริ่มของประชาคมระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธทั่วโลกและกำหนดเป้าหมายการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อกองทัพ เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทหาร และให้ข้อมูลสถานการณ์ของเมียนมาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ
  • รับรองการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการสนับสนุนด้านสุขภาพไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในเมียนมา รวมถึงการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมข้ามพรมแดน
  • ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจากกลุ่มต่างๆ  รวมถึงชาวโรฮิงญาเป็นหนึ่งในจุดประสงค์ที่สำคัญ
  • ใช้มาตรการที่สำคัญที่สุดต่อเมียนมา รวมทั้งระงับการเป็นสมาชิกของเมียนมาชั่วคราว เนื่องจากความล้มเหลวในการรักษาหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน อาเซียนจะยกเลิกการระงับก็ต่อเมื่อรัฐบาลทหารยอมรับอำนาจของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติและตั้งตนอยู่ภายใต้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ รัฐบาลทหารจะถูกนำเข้าสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ และประชาธิปไตยจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์

ด้วยการเคลื่อนไหวนอกเหนือกว่า “วิถีอาเซียน” ของฉันทามติและการไม่แทรกแซงภายใน อาเซียนจะสามารถสร้างการแทรกแซงที่มีความหมายและเข้มแข็งต่อสถานการณ์ของเมียนมาซึ่งใกล้จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เป็นประโยชน์สูงสุดของอาเซียนที่จะแสดงจุดยืนที่แน่วแน่ต่อการพัฒนาที่เร่งด่วนและน่าวิตกเหล่านี้ ความล้มเหลวในการดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการทำลายชื่อเสียงของอาเซียนในฐานะหน่วยงานระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิผลที่สามารถมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อการสร้างประชาคมของกลุ่มประเทศให้มีความมั่นคงและมีศักยภาพ แต่จะขัดขวางอาเซียนในการบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจในการสร้างประชาคมอีกด้วย


รายละเอียดเพิ่มเติม ภาษาไทย :

รายละเอียดเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ:

%d bloggers like this: