ไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ศาลจังหวัดสงขลาเลื่อนนัดสืบแพทย์ทหารจากค่ายอิงคยุทธบริหารผู้ปั้มหัวใจคนแรกไปอีกกว่า 6 เดือน สืบต่อเดือนมิถุนายน 2564

เผยแพร่วันที่ 17 ธันวาคม 2563

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดสงขลาเลื่อนนัดสืบแพทย์จากค่ายอิงคยุทธบริหาร  

คดีไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะฯ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าพนักงานอัยการได้นำเจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครทหารพรานในค่ายอิงคยุทธรบริหาร จำนวน 3 ปาก เข้าสืบพยานต่อศาล ส่วนในช่วงบ่ายพนักงานอัยการได้นำ แพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เบิกความต่อศาลถึงการรักษาพยาบาลอาการไม่ได้สติของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอเนื่องจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ส่งผลให้สมองบวมและมีเลือดออกบริเวณกลีบสมอง ส่งผลให้หัวใจขาดการสั่งการทำให้หัวใจหยุดเต้น 

และวันที่ 16 ธันวาคม 2563 พนักงานอัยการ ได้นำแพทย์ประจำโรงพยาบาลปัตตานี เบิกความต่อศาลถึงการรักษาตามอาการของนายอับดุลเลาะฯ เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน โดยมีอาการไม่ได้สติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และได้มีการตรวจเลือดและ CT สแกนบริเวณศรีษะ และช่องท้อง พบว่า นายอับดุลเลาะฯ ขาดอากาศหายใจเวลานาน ทำให้สมองมีเลือดออก และส่งผลให้หัวใจหยุดเต้น แพทย์จึงเห็นว่า ควรส่งตัวนายอับดุลเลาะฯ ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานคริณทร์ เนื่องจากเห็นว่า ที่โรงพยาบาลปัตตานีไม่มีเครื่องมือเพียงพอที่จะรักษาอาการของนายอับดุลเลาะฯ ได้  หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลเลาะได้เบิกความต่อศาลถึงการสืบสวนสอบสวนคดี 4 ฝ่าย เมื่อมีการตายโดยผิดธรรมชาติเกิดขึ้น

จากเหตุการณ์นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44  และส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกาของวันที่ 21 กรกฎาคม  2562 พบว่าหมดสติอยู่ในห้องควบคุมศูนย์ซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยนายอับดุลเลาะฯ ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลปัตตานี  ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม  2562

คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา โดยพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะนำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความในคดีนี้ด้วย

การไต่สวนพยานคดีนี้ เริ่มตั้งวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2563 จนกระทั่งวันที่ 15,16 ธันวาคม 2563 ศาลได้ทำการไต่สวนพยานไปแล้วรวมจำนวน 16 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 13 คน แพทย์ 2 คน และพนักงานสอบสวน 1 คน

คดีนี้พนักงานอัยการและทนายฝ่ายครอบครัวของนายอับดุลเลาะฯ ประสงค์จะให้แพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ตายในเบื้องต้นก่อนการเข้าสู้ศูนย์ซักถามในค่ายอิงคยุทธบริหาร อีกทั้งยังเป็นแพทย์ที่รักษาผู้ตายเป็นครั้งแรกหลังจากการหมดสติของนายอับดุลเลาะฯ เข้าสืบพยานต่อศาล เนื่องจากเห็นว่าพยานปากนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงให้เลื่อนสืบพยานพนักงานอัยการ ผู้ร้อง เป็นวันที่ 9 มิถุนายน 2564 และนัดสืบพยานฝ่ายผู้ตาย ในวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ศาลจังหวัดสงขลา

นางซูไมยะห์ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ เห็นว่าแม้ศาลจะเลื่อนคดีไปนานหลายเดือน แต่ก็รอได้ เพราะแพทย์ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารเป็นพยานสำคัญที่จะได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจร่างกายนายอับดุลเลาะวันแรกที่ถูกทหารควบคุมตัวไปในค่ายอิงคยุทธบริหาร ซึ่งแพทย์ระบุว่านายอับดุลเลาะร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และไม่มีร่องรอยบาดแผลใด ๆ อีกทั้งยังเป็นแพทย์คนแรกที่ปั๊มหัวใจและรักษานายอับดุลเลาะ ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารก่อนส่งตัวนายอับดุลเลาะไปโรงพยาบาลปัตตานี  


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม   

โทร 081 8987408             

นายปรีดา นาคผิว  ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม                        

โทร 089 6222474

นายสากีมัน เบญจเดชา  ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม                  

โทร 086 0374318

<span>%d</span> bloggers like this: