ผู้ต้องหาคดีคณะราษฎรอีสาน เข้ารายงานตัวต่อศาล เผย ถูกทำร้ายขณะตร.เข้าจับกุม

ข่าวจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 02/11/2020

ภาพจากฐานเศรษฐกิจ

ผู้ต้องหาคดีคณะราษฎรอีสาน เข้ารายงานตัวต่อศาล เผยบางคนถูกทำร้ายขณะตร.เข้าจับกุม

วันที่ 2 พ.ย.63 ผู้ต้องหาคดีคณะราษฎรอีสาน จ.ขอนแก่น เข้ารายงานตัวต่อศาลแขวงดุสิตตามเงื่อนไขการประกันตัว เผย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายขณะเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันสู้ต่อ

วันนี้ ที่ศาลแขวงดุสิต ได้นัดหมายผู้ต้องหาคดีคณะราษฎรอีสานจาก จ.ขอนแก่น ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 เป็นการนัดรายงานตัวตามเงื่อนไขประกันทุก 14 วัน โดยวันนี้เป็นวันแรกของการรายงานตัวครั้งแรก และนัดครั้งต่อไป ในวันที่ 12 พ.ย.2563 เพื่อนัดฟังคำสั่งอัยการว่าอัยการจะสั่งฟ้องผู้ต้องหา 19 คน ซึ่งมีเยาวชนอายุน้อยสุด 18ปี และมีชายอายุ 65 ปี รวมอยู่ด้วย

นายทรงพล สนธิรักษ์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งในผู้ถูกจับกุม

ที่มารายงานตัว กล่าวว่า ตอนนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ 15 ข้อกล่าวหา เรื่องหลักๆ คือ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.การรักษาความสะอาด และมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มล่าสุด คือ ขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงาน และประทุษร้าย นายทรงพล กล่าวว่า รู้สึกไม่ชอบธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เรียนมาคือถ้าเจ้าหน้าที่จะสลายการชุมนุมได้ จะต้องมีอำนาจจากศาลก่อน และเจ้าหน้าที่แค่แจ้งว่าจะขอยึดคืนพื้นที่ แต่กลับมีการอุ้มกัน และสลายการชุมนุม ตนเองถูกจับกุมประมาณ 15.00 น. ตอนที่กำลังเข้าไปช่วยนายนวพล ต้นงาม หรือไดโน่ ขณะไดโน่กำลังถูกตำรวจอุ้ม และใช้กำลังควบคุมตัว เกินสมควรแก่เหตุ จึงวิ่งเข้าไปเพื่อจะไปช่วยพูดช่วยเจรจา แต่กลับถูกลากขึ้นไปบนรถ

“พอขึ้นไปสักพัก พี่ไดโน่ก็ถูกอุ้มมาอยู่ตรงหน้า แล้วรุมตีแก เราก็ตกใจ กลัว รุมตีอยู่หน้ารถ

จังหวะเขาจะเอาขึ้นรถ พอขึ้นมาบนรถ เขามาอัดต่อ เอาเข่าอัดต่อตรงช่องนั่ง ผมเห็น ตอนนั้นผมไม่กล้าพูด สั่นไปเลยตอนนั้น” นายทรงพล กล่าว

นายทรงพล กล่าวว่า บนรถมีตนเองกับนายนวพล 2 คน และมีตำรวจอีก 6 คน และไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าจะพาไปที่ไหน ไม่ได้บอกว่ามีความผิดอะไร จนไปถึง กองบัญชาการ ตชด.ภาค 1 คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีรถตามมาอีกหนึ่งคัน มีผู้ถูกจับกุมมาอีกหลายสิบคน ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามีสิทธิที่จะร้องขออะไรได้บ้าง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งสิทธิ เข้าห้องน้ำก็ลำบาก เพราะถูกใส่กุญแจมืออยู่

“เราไม่รู้ว่าเราจะมีสิทธิอะไรได้บ้าง แบบไม่สามารถขอพบทนาย ตอนนั้นเขาก็อ้างว่ามันต้องเป็นกระบวนการของชั้นตำรวจ พวกที่อยู่ตรงนั้นคือ ตชด.เขาบอกว่าคนละส่วนกัน เขามีหน้าที่แค่รองรับ เราก็เลยไม่รู้ว่าเราต้องเรียกร้องอะไร มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐานในตรงนั้น เลยไม่กล้าเรียกร้องอะไร กุญแจมือถูกปลดประมาณ 2 ทุ่ม พอพี่ไผ่ (นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา) มา เราก็เริ่มปรับตัวได้แล้วว่า เรามีสิทธิ ถ้าเขาไม่ปลดกุญแจมือ เราก็นั่งรวมกัน เขาหาข้าวมาให้กิน เราก็ไม่กิน เพราะใส่กุญแจมืออยู่” นายทรงพล กล่าว

นายทรงพล กล่าวว่า หลังจากนั้นก็เริ่มกล้าเล่นโทรศัพท์มือถือ เห็นครอบครัวเป็นห่วง เพราะโทรศัพท์มาตาม ก็เลยโทรกลับไปบอกว่าถูกควบคุมตัวอยู่ คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะได้รับการปล่อยตัว ไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดีต่างๆ มากมาย ส่วนทนายความเข้ามาพบได้ตอน 23.00 น. ซึ่งทนายความบอกว่าขั้นตอนเข้ามายากมาก

“ตอนนี้เรายังรู้สึกว่าเรายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เราคิดว่าไม่ควรมาอยู่อะไรอย่างนี้ ไม่ต้องมารายงานตัว ไม่ต้องมาทำอะไรอย่างนี้ ถ้าเราเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมตรงนี้ แล้วเรากลับโดนแบบนี้ คือเราไม่สามารถที่จะเชื่อกระบวนการตรงนี้ได้ เราก็เลยคิดว่าเราไม่สามารถจะยอมรับข้อกฎหมายอะไรได้ ผมยังไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ต้องหาทางการเมือง และฝากถึงผู้ชุมนุมว่าต้องสู้ต่อ เพราะพวกเราก็จะสู้ต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกัน กระบวนการตรงนี้มันไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว เราโดนก็เพราะมันไม่ชอบธรรม” นายทรงพล กล่าว

นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับการเรียนในช่วงนี้เรียนออนไลน์ จึงไม่ต้องไปคณะก็ได้ จะเข้าเรียนออนไลน์แล้วค่อยรอไปสอบ ส่วนครอบครัวก็เป็นห่วง ไม่อยากให้มา ไม่อยากให้ทำต่อ เพราะเขาคิดว่ามันรุนแรงมาก แต่ก็ต้องพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ เพราะเขาไม่ได้รู้รายละเอียด และเราไม่ได้ทำผิด

ทางด้าน นายนวพล ต้นงาม หรือ ไดโน่ กล่าวว่า ถูกจับกุมขณะที่ยืนอยู่หน้ารถเครื่องเสียงของเจ้าหน้าที่ กำลังจะกลับเข้ามาตรงเวที ก็มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 กว่าคนเดินเข้ามารวบตัว จำเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ได้ น่าจะเป็นเพราะตกใจ แต่ที่เห็นภาพคือตนเองโดนลากไปกับพื้น มีเท้าเข้ามาเตะ และขึ้นรถไปก็โดนตีด้วย

“เจ้าหน้าที่บอกว่า พวกมึงทำร้ายเจ้าหน้าที่ กูเลยต้องทำมึงอย่างนี้ พอใส่กุญแจมือ ตำรวจก็ถามว่า มึงรู้มั้ยว่าวันนี้เขาจะผ่านเส้นนี้ ผมบอกไม่รู้ เขาก็ตบบ้องหูซ้ายผมด้วยมือข้างเดียว ตอนนี้เรื่องหูเวลาเจอเสียงดังๆ จะปวดหู ก็ว่าจะไปตรวจร่างกายเร็วๆ นี้ หลังถูกตบบ้องหู ตำรวจก็พูดคุยปกติเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น” นายนวพล กล่าว

นายนวพล กล่าวว่า ตอนถูกทำร้ายนั้นไม่เจ็บ แต่รู้สึกชา มีเลือดออกนิดหน่อยตามนิ้ว เพราะเป็นเล็บที่จิกเข้ามา ตอนนั้นเจ็บที่ตัว อีก 2-3 ชั่วโมงต่อมา มีอาการบวมที่ใบหน้า บริเวณคาง และเมื่อยตัวไปหมด ซึ่งได้ถ่ายรูปเก็บไว้ในชั้นสอบสวน ได้แจ้งกับแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติที่เข้ามาตรวจร่างกาย ซึ่งแพทย์ที่มาตรวจไม่เกี่ยวกับพนักงานสอบสวน โดยแพทย์ได้จดบันทึกอย่างละเอียด ตนเองก็เก็บคลิป เก็บหลักฐานต่างๆ ไว้เพื่อใช้ในการฟ้องร้อง

นายนวพล กล่าวว่า ตอนเข้าห้องน้ำ ก็ถูกจำกัดสิทธิด้วยการใส่กุญแจมืออยู่ ซึ่งตนเองถูกใส่กุญแจมือเหล็ก ส่วนเพื่อนเป็นกุญแจพลาสติก ไม่มีการแจ้งข้อหาให้ทราบ ไม่ได้บอกบนรถว่าจะพาไปที่ไหน ตอนนี้สภาพร่างกายเหลือแค่หูที่ยังมีอาการปวดหูอยู่ เวลาฟังเสียง เจอเสียงดังก็ยังปวดหู เวลาเพื่อนพูดเบาๆ ก็ไม่ค่อยได้ยิน ส่วนสภาพจิตใจ เวลาที่กลับไปดูคลิปที่เราถูกจับ ก็จะคับแค้นใจมากกว่า แต่ไม่รู้สึกหดหู่ หรือว่าบั่นทอนจิตใจ

“สิ่งที่เกิดขึ้น เรากลับไปดูภาพ คือความยุติธรรมหรือว่าอำนาจของรัฐที่ใช้กับเราเป็นอย่างนี้หรือ สิ่งที่เรายึดมั่นในอุดมการณ์ในหลักของสิทธิมนุษยชน และในหลักของสันติวิธี ก็ไม่ได้ช่วยอะไรกับเรา เขาก็ใช้ความรุนแรงกับเราด้วยซ้ำพร้อมกล่าวฝากถึงคนที่ยังต่อสู้ยังไปชุมนุมว่า เราไม่ใช่นักโทษ เราคือนักสู้” นายนวพล กล่าว

%d bloggers like this: