วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ศาลจังหวัดสงขลา นัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 คือคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ พนักงานอัยการ และทนายความของนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรรยานายอับดุลเลาะฯ ได้ตรวจพยานหลักฐานที่จะใช้ประกอบในการสืบพยานแล้ว แถลงต่อศาลว่า ประสงค์จะซักถามพยานทุกปากที่แต่ละฝ่ายอ้าง พนักงานอัยการแถลงมีความประสงค์นำพยานเข้าสืบจำนวน 20 ปาก ประกอบด้วย แพทย์จากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์, เจ้าหน้าที่ทหารผู้ควบคุมนายอับดุลเลาะฯ ออกจากบ้าน, เจ้าหน้าที่ทหารศูนย์ซักถามในค่ายอิงคยุทธบริหาร และพนักงานสอบสวน

ส่วนทนายความของนางสาวซูไมยะห์ฯ มีความประสงค์สืบพยานจำนวน 10 ปาก ประกอบด้วย ภรรยา และญาตินายอับดุลเลาะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประธานหรือผู้แทนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ กอ.รมน. แต่งตั้ง พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประธานหรือผู้แทนคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และพยานคนอื่นๆ ที่จะเพิ่มเติมอีก ซึ่งศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2563 และวันที่ 15-18 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

คดีดังกล่าว ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และประชาชนจำนวนมาก แต่เฉพาะอัยการ ภรรยาผู้ตาย และทนายความเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องการพิจารณาได้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีญาติพี่น้อง และประชาชนจำนวนมากไม่สามาถเข้ารับฟังการพิจารณาคดีได้ ซึ่งโดยหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายแล้ว การพิจารณาคดีของศาลเป็นการพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อประชาชน ทนายความของนางสาวซูไมยะห์ฯ จึงได้แถลงต่อศาลให้ทราบถึงความสำคัญในการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม จึงได้ขอให้ศาลจัดเตรียมห้องพิจารณาคดีที่สามารถรองรับบุคคลภายนอกหรือผู้ที่สนใจได้ประมาน 50 คน ศาลจึงแจ้งว่าจะหาห้องให้ในครั้งถัดไปที่นัดสืบพยาน