ใบแจ้งข่าว: เวทีเสวนา “ตามหาวันเฉลิม: ตามหาหลักประกันความปลอดภัยของประชาชนจากการถูกบังคับสูญหาย (และทรมาน)”

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 ครบ 1 อาทิตย์หลังจากการหายตัวไปของ “ต้าร์ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ทาง ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Amnesty International Thailand) และโรงน้ำชา ร่วมจัดงาน “ตามหาวันเฉลิม: ตามหาหลักประกันความปลอดภัยของประชาชนจากการถูกบังคับสูญหาย (และทรมาน)”  โดยมีผู้ดำเนินรายการโดย ฐปนีย์ เอียดศรีไชย และผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย กลุ่มเพื่อนต้าร์, อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษา Human Right Watch และอานนท์ ชวาลาวัลย์ เจ้าหน้าที่ iLaw

สุณัย ผาสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ก่อนการอุ้มมักจะเกิดการทำร้ายการร่างกายก่อนนำตัวไปเสมอ ตามที่ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีของวันเฉลิมไม่ถือว่าเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เพราะไม่มีการขึ้นทะเบียนผู้ลี้ที่ UNHCR

อังคณา นีละไพจิตร เห็นว่า ต้องสร้างกลไกในประเทศ และระหว่างประเทศ เพราะประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาเกี่ยวกับการอุ้มหายแล้ว แต่ร่างพรบ.เกี่ยวกับการอุ้มหายที่ภาคประชาชนผลักดันให้รัฐจัดทำมายาวนานถึง 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการออกกฎหมาย หากมีกฎหมายดังกล่าวเชื่อว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดคดีอุ้มหายขึ้นอีก

นอกจากนี้กัมพูชาได้ลงนามและให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา เรื่องผู้ลี้ภัยแล้ว ดังนั้นรัฐบาลกัมพูชาควรเข้าไปดูแลกรณีนี้ทันที

ทางด้านกลุ่มเพื่อนต้าร์ กล่าวว่า นิสัยส่วนตัวของวันเฉลิมเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่สมัยมัธยมปลายเริ่มจากการลงสมัครประธานนักเรียน โดยมีวิธีหาเสียงที่ต่างจากคนอื่น หลังจากนั้นก็เป็นนักกิจกรรมเรื่อยมาวิธีการเรียกร้องทางการเมืองของวันเฉลิมจะออกแนวตลกขบขันเชิงสันติวิธีมาโดยตลอด

ทั้งนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าวันเฉลิมไม่ใช่บุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ การที่เขาถูกบังคับให้สูญหายจึงเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และไม่สมควรได้รับการยอมรับเป็นอย่างยิ่ง

สมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาอาวุโสมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เห็นว่า เมื่อพิจารณาตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการสูญหายของวันเฉลิมได้ รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ “คนทุกคนที่อยู่ในดินแดนกัมพูชา” และรัฐบาลไทยมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ “คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประเทศ” การที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศไม่สืบสวนสอบสวนการอุ้มหายที่เกิดขึ้นกับวันเฉลิม ถือว่าล้มเหลวในการทำหน้าที่

%d bloggers like this: