บทบาท สส.อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ : เราเป็นนักกฎหมายที่พยายามนำเสนอมิติของการมองกฎหมายเพื่อนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง

อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ : เราเป็นนักกฎหมายที่พยายามนำเสนอมิติของการมองกฎหมายเพื่อนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง

ในฐานะทนายความศูนย์ทนายความมุสลิมผู้เป็นที่พึ่งให้คนในชายแดนใต้มาช้านาน เมื่อก้าวเข้าสู่บทบาทของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บทบาทในสภาของเขาอาจมีทั้งส่วนที่สังคมรับรู้และไม่รับรู้ รวมถึงความเชื่อ อุดมการณ์ การเป็นนักต่อสู้ทางกฎหมายและความเป็นธรรมที่ยึดถือมาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่มากน้อยเพียงใด  

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงถือวาระโอกาสครบรอบการทำงานหนึ่งปีในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ “แบลัน” จับเข่าคุยถึงเรื่องราวหลากรส ทั้งความมุ่งหวังในฐานะคนทำงานในสภาฯ การขับเคลื่อนร่าง พ...ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ……  กระทั่งความเห็นต่อการตรวจเก็บดีเอ็นเอในพื้นที่ชายแดนใต้ ความลักลั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง  ความหวังในกระบวนการสันติภาพ ความหวังในการทำงานการเมืองกับหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงเหตุการณ์การปะทะที่ริมเขื่อนตาเซะ กระทั่งความเห็นต่อกรณีของผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ที่ยังคงปลุกอุดมการณ์ของการเป็นนักกฎหมายที่แท้จริง มิใช่เพียงทนายความ แต่คือนักกฎหมายผู้อำนวยความเป็นธรรมที่ยังไม่ยอมแพ้  

ถาม ได้รับทราบว่าสส.อาดิลัน สนใจเรื่อง ร่างพ...ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ของภาคประชาชน ในฐานะผู้แทนราษฎรจากพื้นที่ที่มีประเด็นเรื่องนี้  มีอะไรที่ทำให้เดินต่อไปไม่ได้?

ตอบ ไม่ใช่ว่าเดินไม่ได้ ขอย้อนกลับไปตอนรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ร่าง พ.ร.บ.นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสมัยนั้นเป็นคนเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เพื่อพิจารณาตัวร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่ร่างโดยกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และมีการตัดทอน ปรุงแต่ง จนกล่าวกันว่าไม่เห็นรูปร่างเดิมของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่พอ สนช. ผ่านญัตติวาระที่ 1 และ คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นจะนำกลับเข้าสู่วาระที่ 2 และที่ 3 ก็มีการหมดสมัยของ สนช. ชุดนั้นไป ร่างนี้จึงตกไป กระทั่งเมื่อผมได้รับเลือกเป็น ส.ส.ผมก็ตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ถึงความคืบหน้าของ พ.ร.บ. นี้ว่าเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่า ครม. ขอเสนอร่างกฎหมายเดิมเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรใหม่อีกครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผม ผมรู้สึกว่าร่างที่ผ่าน สนช. ผ่านวาระที่ 1 ตอนนั้นผมไม่อยากจะได้  ผมอยากจะให้ตีตก เพราะมันเป็นกฎหมายที่มีการตัดทอน มีการตัดความเป็นสากลออกไปเกือบจะไม่สามารถใช้เพื่อต่อต้านการซ้อมทรมานและบังคับสูญหายได้

กระทั่ง ท้ายสุด สภาผู้แทนราษฎรใหม่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 โดยประธานผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย เองก็รู้ว่าสภาฯ จะต้องสตาร์ทใหม่ เมื่อเริ่มต้นใหม่  มีครม.ใหม่  ก็เสนอฉบับร่างฯ ที่ค้างการพิจารณาของ สนช.กลับมาที่สภาฯใหม่  กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพฯจึงนำร่างก่อนที่จะมีการตัดตอนโดยสนช. ไปทำรับฟังความคิดเห็นเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562  แต่ขณะเดียวกันก็ทราบว่ามูลนิธิผสานวัฒนธรรมกับเครือข่ายภาคประชาชนก็มีการเสนอให้กับฝ่ายการเมือง ให้กับผู้แทนพรรคการเมืองแต่ละพรรคเพื่อที่จะให้สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อที่จะเข้าสู่สภาฯ  เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย นั้นต้องเข้าสภาฯในอนาคต เพราะผมต้องทำให้ได้ โดยมันมีอยู่สองส่วน คือ เราเอาเข้าสภาฯ โดยให้ ครม. เสนอ ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ครม. ก็ต้องให้ผ่านสภาฯให้ได้  เพราะถ้าสภาฯ ไม่เห็นชอบด้วยก็หมายความว่าเสถียรภาพรัฐบาลไม่มี  เรามีความหวังเราในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็ต้องอาศัยจังหวะนี้ เนื้อหาส่วนไหนที่ไม่มี เราก็ไปเติมตรงนั้นให้มันถูก นี่เป็นส่วนที่เราเห็นว่าจะต้องเตรียมพร้อมในการแปรญัตติ

ถาม ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงศาลยกฟ้อง แล้วโดนลอบสังหาร สส.อาดิลันยังติดตามอยู่ไหม?

ตอบ กลุ่มบุคคลที่ศาลยกฟ้อง แล้วหลังจากนั้นถูกทำให้เสียชีวิต โดยอยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ลอบสังหารผู้ที่เคยเป็นจำเลยในคดีความมั่นคง  ตอนนี้สถิติ ไม่มากเหมือนในอดีต และแทบจะไม่มีข่าวว่าจำเลยถูกวิสามัญฆาตกรรม ทำให้เราเห็นแนวทางการทำงานของฝ่ายความมั่นคงมีการปรับตัว คือ พยายามให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้ เช่น ปรากฏการณ์ที่เราเห็นตอนนี้คือ กอ.รมน. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนชายแดนภาคใต้ ซึ่งทางทนายความอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะจากศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดปัตตานี และผม  ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุดนี้ ตามคำสั่งแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย แต่พอต่อมาเราก็ออกมาจากคณะกรรมการนั้นเมื่อเป็น ส.ส. และมาเป็นที่ปรึกษา

คณะกรรมการชุดนี้หลายคนมองด้วยความหวาดระแวงว่าเป็นเครื่องมือของหน่วยงานความมั่นคง บ้างว่าสร้างภาพ เป็นคำถามเชิงลบสำหรับคณะกรรมการชุดนี้    แต่ก็มีการปรับให้มีคณะกรรมการชุดใหญ่ขึ้นเพื่อมาคุ้มครองสิทธิให้ชาวบ้านได้บ้าง เช่น เมื่อภาคประชาสังคมขอเรียกร้องเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ค่ายทหารหรือตำรวจ หรือชาวบ้านกังวล แต่ถ้าเราร้องเรียนผ่านช่องทางคณะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนชุดนี้ได้   เพราะเขาจะสามารถพาเข้าไปในค่ายทหารฯได้เลย เพราะเราต้องการคุ้มครองสิทธิชาวบ้าน ดังนั้น ช่องทางนี้แหละน่าจะทำอะไรได้บ้าง   ยกตัวอย่างเช่นศูนย์ทนายความมุสลิมจะเข้าไปต้องผ่านหลายขั้นตอน แต่ช่องทางนี้เขาต่อสายเข้าไปได้เลย นี่คือสิ่งที่ยอมรับว่ามีข้อดี ที่จะช่วยให้ชาวบ้านคลายความหวาดวิตกในพื้นที่ได้

ถาม การทำงานร่วมกับ ส.. จากจังหวัดชายแดนใต้ ต่างพรรคการเมืองนั้น ทำงานร่วมกันอย่างไร ? [1]

ตอบ ทั้ง 11 ท่าน ที่เป็นสส.เขต เราคุยกันตลอด ว่าเราจะร่วมมือกันโดยสลัดความเป็นพรรคการเมือง พรรคฝ่ายค้าน พรรครัฐบาลออกไป ที่เป็นวาระร่วมของพื้นที่ไม่ว่าการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เราจะถือว่าเป็นวาระร่วมกับ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่มีอยู่สองท่านขณะนี้ก็เห็นตรงกัน มีการแถลงร่วมกันอยู่เสมอ พรรครัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านในการเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.บ.กฏอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และก็ในส่วนของการยื่นญัตติ ในส่วน ส.ส. ผมเป็น สมาชิกของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร[2]  และได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน  รวมทั้งเป็นประธานคณะย่อยที่สองด้วย เรื่องการละเมิดสิทธิในเขตพื้นที่พิเศษและจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งคุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมก็เป็นอนุกรรมการชุดนี้ด้วยนะครับ ซึ่งทำให้เรารวบรวมข้อมูลสู่สภา เพื่อนำไปสู่การรวบรวมกฎหมายหรือยกเลิกกฎหมาย หรือบังคับใช้กฎหมาย และผมเองเป็นคนขอยื่นญัตติพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ในการบังคับใช้ พ.ร.บ. กฎอัยการศึกและการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ การประกาศใช้และเลื่อนการประกาศใช้ ตามที่ผมเคยยื่นญัตติเข้าไป งานก็ก็ค่อยๆ ขับเคลื่อน แต่ยังไม่สำเร็จ เพราะปีที่ผ่านมาเวลาน้อยมากๆ แต่ก็จะพยายามผลักดันแนวคิดที่เราต่อสู้มาในอดีต

ถาม เรื่องกระบวนการสันติภาพ มีอะไรอยากจะพูด?

ตอบ เมื่อมาเลเซียเปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาเป็นนายอับดุลราฮิม นูร์  ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  และทางการไทยก็เปลี่ยนหัวหน้าคณะผู้เจรจาฝั่งไทยเป็น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อเดือนตุลาคม   2562  และต่อมีการเชิญกลุ่ม   BRN มาร่วมเจรจาด้วยแทนคู่เจรจาเดิมที่ร่วมกลุ่มกันชื่อว่า   MARA Patani

เราก็ต้องมานั่งปรับตั้งหลักใหม่ให้ดี ว่าความเข้าใจของรัฐบาลไทยกับในพื้นที่เป็นอย่างไร จะบอกว่าในพื้นที่นั้น  ถ้ารัฐบาลมองว่าจะเอาคำพูดอ้างว่าการเมืองนำการทหาร แต่ในทางปฏิบัติเอาทหารนำการเมืองแบบนี้ผมว่ามันยังไม่สำเร็จ การที่ประชาชนมีส่วนร่วมคือประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อย่าใช้ประชาชนที่เป็นมวลชนจัดตั้งเท่านั้น รัฐต้องไม่ใช่มวลชนจัดตั้ง

เรายังคิดว่าหน่วยความมั่นคงเองยังไม่เชื่อมั่นในความเป็นผู้แทนของ ส.ส. ในพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะผม แต่ผมยังมองว่า กอ.รมน. ยังไม่มั่นใจว่าเราจะช่วยเขาได้อย่างไร หรืออาจมองว่าเราจะฉุดรั้งแนวทางนโยบายของเขา ทั้งๆ ที่ คุณต้องเปิดใจกว้างกับ ส.ส. ในพื้นที่   รัฐบาลต้องหนุนเสริมแนวทางสันติภาพ ต้องให้ ส.ส. เป็นกระบอกเสียงในการสื่อสาร ให้ ส.ส. แต่ละท่านเป็นกระบอกเสียงในพื้นที่น่าจะดีกว่า และหลักการความเชื่อมั่นและความไว้วางใจสำคัญที่สุดในบริบทชายแดนใต้ ไม่ใช่หมายว่าคุณจะถูกตรวจสอบไม่ได้  แต่กระบวนการตรวจสอบที่มีความไว้วางใจมันมีหลายขั้นตอน ฝ่ายบริหารคือฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภาคือฝ่ายสภา มันคนละปีกกัน แต่ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นพื้นที่ทางการเมือง ปัญหาภาคใต้คุณไม่สามารถแก้ได้ด้วยอำนาจอย่างเดียว ถ้าคุณไม่ใช่ยุทธศาสตร์การเมืองเข้าไปช่วยเดิน

ถาม มีประเด็นอะไรที่อยากขับเคลื่อนเมื่ออยู่ชายแดนใต้ ที่สัมฤทธิ์ผลแล้วและที่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล?

ตอบ จริงๆ แล้ว ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการดำเนินงานทั้งสิ้น ถามว่ามีอะไรสัมฤทธิ์ผล ไม่มีเลย แต่ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการดำเนินการ มีอะไรบ้าง มีการทำให้ส่วนราชการรู้ถึงปัญหาและเชื่อมั่นในข้อมูลที่คนในพื้นที่เรียกร้องในอดีต ให้ปราศจากอคติ ปราศจากความไม่เชื่อมั่น การที่ชาวบ้านไม่เข้าใจรัฐ แต่เราจะทำให้รัฐเห็นว่าสิ่งที่ชาวบ้านเรียกร้องเป็นความจริง ไม่ได้เกิดจากอคติกับรัฐแต่เราพูดในฐานะที่เราอยู่ฝ่ายรัฐ แต่เอาเสียงจากประชาชนมาพูด พูดทั้งในเวทีรัฐสภา และในฐานะที่เป็นคนที่อยู่ในพรรครัฐบาล มันก็ทำให้เกิดมีน้ำหนักในการพูดของเรามากกว่าที่เราเป็นทนายความในอดีต

ถาม เราเคยคุยกันถึงปัญหาเด็กปอเนาะ หรือเด็กโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิโดนตรวจเก็บดีเอ็นเอ หรือกรณีความไม่เข้าใจต่อครูปอเนาะ ครูตาดีกา คุณในฐานะคนของรัฐบาล มีส่วนขับเคลื่อนอะไรเรื่องนี้บ้าง?

ตอบ ปัญหาภาคใต้มันเหมือนการพายเรือในอ่างของฝ่ายรัฐ ปัญหาอะไรที่มีอยู่ 10 ปีที่แล้ว ก็ยังมีอยู่ เมื่อพูดถึงปัญหาการตรวจเด็บดีเอ็นเอ ในปัจจุบันยังมีอยู่เหมือนเดิม โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่ามีอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่เมื่อเราได้มาเป็น ส.ส. เราก็ได้ใช้อำนาจ กลไกการตรวจสอบทางรัฐสภา ยื่นขอทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาชี้แจง และอีกช่องทางที่เราทำคือการใช้วิธีหารือ ดังตัวอย่างกับเหตุการณ์ที่บ้านตาเซะ ที่มีการถูกปิดล้อม ตรวจค้น ตรวจดีเอ็นเอ มีการหารือในรัฐสภา ถึงกรณีที่ชาวบ้านตาเซะถูกตรวจเก็บดีเอ็นเอโดยไม่สมัครใจ ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของกรรมาธิการการกฎหมายฯ ก็เชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจง พบว่าเจ้าหน้าที่ 3 ส่วนทำงานอย่างไม่บูรณาการอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเป็นปัญหาซ้ำซาก โดยในข้อหารือ ตำรวจภูธร จ. ยะลา ก็ตอบมาในอีกแนวทางหนึ่ง โดยให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 เป็นผู้ตอบว่าการตรวจเก็บดีเอ็นเอทำได้หรือไม่ อย่างไร ในส่วนของ ตำรวจ ภูธร จ. ปัตตานี ก็ตอบอีกแบบหนึ่งว่ามีอำนาจตรวจเก็บตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ตามพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ แล้วก็ตาม ป.วิอาญา มาตรา 131/1 [3] แต่พอฝ่ายกฎหมายของกลาโหม ตอบว่า มีอำนาจตาม ป. วิอาญาเท่านั้น ไม่มีอำนาจตามกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ นี่คือการทำให้เกิดการลักลั่นจากกรณีที่ไม่มีการส่งต่อข้อมูลสื่อสารให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เป็นความลักลั่น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ นึกอยากทำอะไรก็ทำ โดยไม่ได้ยึดหลักการอันเดียวกัน

กระทั่ง เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จึงได้ข้อสรุปว่า อำนาจในการตรวจเก็บดีเอ็นเอ มีอยู่ตามมาตรา 131/1 เท่านั้นเอง ตาม พ.ร.บ. กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  ไม่มี และต้องเป็นไปตามความสมัครใจเท่านั้น ใช้หลักการความสมัครใจ นั่นหมายความว่าหากประชาชน ไม่สมัครใจก็มีสิทธิ์ปฏิเสธได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ประชาชนไม่ได้ยินยอมบนหลักของความสมัครใจ เพราะถูกกดดัน บังคับ ข่มขู่ จากสภาพที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่ให้เก็บดีเอ็นเอ เป็นสภาพปัญหาที่ทับซ้อนในพื้นที่

ถาม พื้นที่ตาเซะที่พูดถึงเรื่องการตรวจเก็บดีเอ็นเอมีรายละเอียดอย่างไร ?

ตอบ ตาเซะ เป็นตำบลหนึ่ง อำเภอเมือง ในจังหวัดยะลา ที่พูดถึงคือมีการเดินลาดตระเวนเก็บดีเอ็นเอจากชาวบ้าน เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เดินเก็บดีเอ็นเอตามบ้านเพื่อเป็นฐานข้อมูล เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นการเก็บแบบทะเบียนราษฎร์ แต่เมื่อเราเชิญมาพูดคุย เขาก็ยอมรับว่าไม่มีอำนาจ ใช้หลักการความยิมยอม

ถาม เหตุการริมเขื่อนที่ตาเซะ[4]เมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวข้องกันหรือไม่ รายละเอียดเป็นอย่างไร?

ตอบ ประเด็นของเหตุการณ์ริมเขื่อนเกิดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการปิดล้อมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยอ้างว่าคนร้ายหลบหนีเข้าไปอยู่ในพื้นที่บนเกาะที่เป็นพื้นที่แห้ง ของประตูน้ำปัตตานี ประตูน้ำที่ตาเซะ-แม่ลาน มีการปิดล้อมให้มอบตัว สุดท้ายก็ปะทะกัน มีความสูญเสียทั้งสองฝ่ายรวม 4 ศพ ต่อมาท่านแม่ทัพก็ประกาศยุติยุทธการ แต่เมื่อประกาศยุติยุทธการแล้ว

เมื่อคุยกับทางผู้ใหญ่บ้านและอิหม่ามก็ได้ประสานกับรองแม่ทัพภาคที่สี่  ทางทหารเองจะต้องลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าบีบพื้นที่ อย่าปิดล้อมมาก เขาก็ยินดีที่จะยุติ แต่แล้ว วันรุ่งขึ้นก็มีเหตุระเบิด ศอ.บต. ตอนนี้ทราบว่าจบแล้ว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่เราลงพื้นที่ซึ่งก็มีอิหม่าม ผู้ใหญ่บ้านไปขอร้องเจ้าหน้าที่ ให้ใช้ยุทธการที่ไม่เดือดร้อนหรือกระทบกับผู้คนจำนวนมาก ได้ไปพบผู้ใหญ่บ้าน   หลังจากพบว่าทหารปิดยุทธการ ปรากฏว่าในทางปฏิบัตินั้น มีข้อมูลความมั่นคงว่าเขาสามารถใช้เรดาห์ จับความเคลื่อนไหวและพบข้อมูลความร้อนปรากฏอยู่บนเกาะ   เราไม่รู้ว่าเป็นคนหรือสัตว์หรืออะไร แต่พอเป็นอย่างนี้ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ว่าต้องปิดล้อมเสร็จแล้วแต่ต้องเก็บพยานหลักฐาน 

เราก็เชิญผู้ใหญ่บ้าน กับทหาร มาทำความเข้าใจ ก็มีการแนะนำให้ผู้ใหญ่บ้าน รวบรวมข้อมูลความเสียหายในหมู่บ้าน ความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้กรีดยางในช่วงเวลาที่มีการปิดล้อมพื้นที่เกาะ ซึ่งพื้นที่เกาะนั้น แท้จริงเป็นของเอกชน ของประชาชน แล้วเมื่อมีการทำเขื่อนตาเซะที่แม่ลานก็มีการเวนคืนแต่กรมชลประทานก็ยังให้สิทธิ์ประชาชนใช้ที่ดินเดิมของตัวเองอยู่ ถ้าที่ดินแปลงไหนไม่ถูกน้ำท่วมขังก็ใช้ไป แต่ไม่มีสิทธิ์อ้างเอกสิทธิ์อะไร เพราะเป็นของกรมชลประมานแล้ว และแปลงด้านบนก็ให้ผู้ใหญ่รวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินกับทีมสันติสุขของกอรมน.ภาคสี่ ที่ได้ไปประสานมาแล้วเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

ถาม ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้มีหลายด้าน ในมุมของอดีตทนายที่มาเป็นสส.  มีความเห็นอย่างไรต่อคดีผู้พิพากษาคณากร  เพียรชนะ ที่สะเทือนใจ

ตอบ ท่านผู้พิพากษาคณากร ในความเห็นส่วนตัวผม ผมเชื่อท่านนะ ผมเชื่อว่าท่านอยากปกป้องคุ้ครองศักดิ์ศรีของตุลาการและความเป็นอิสระของตุลากการอย่างแท้จริง เพราะในอดีตที่เราทำหน้าที่ทนายความนั้น เราก็ได้ยินผู้พิพากษาท่านอื่นพูด บอกกับเรานอกสำนวน เวลาที่ท่านอยู่บนบัลลังก์ว่าท่านก็รู้ว่าเป็นยังไง ท่านพูดก็แปลว่าท่านไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง เป็นผู้พิพากษาท่านอื่น หลายราย หลายท่าน แต่เราขอไม่เอ่ยนามท่าน ซึ่งเวลาพูดคุยนอกสำนวนก็แบบหนึ่ง เวลาพิพากษาออกมาก็แบบหนึ่ง หมายความว่าเขาไม่ได้อยู่ในวิสัยที่จะทำอะไรได้ บางท่านก็ถึงขั้นพูดว่าก็รู้อยู่แล้วว่าจะออกมาอย่างไร นั่นก็หมายความว่ามีธงคำพิพากษาอยู่ด้วย ซึ่งเราก็ไม่เห้นด้วย ความเป็นผู้พากษาจะต้องมีอิสระในการพิพากษาคดี ซึ่งเราไม่เห็นด้วยที่จะให้องค์คณะที่ไม่รู้เห็นในการพิจารณาคดีด้วยมาร่วมพิพากษาตัดสินคดี

ถาม มันสะท้อนถึงอะไรในกระบวนการยุติรรมบ้านเราไหม?
ตอบ
จะบอกว่าเป็นการขัดกับหลักสิทธิมนุษชน แต่ฝ่ายตุลาการเขาก็บอกว่ามีหลักการที่ผู้พิพากษาดูสำนวนเพื่อรักษาหลักการของคำพิพากษาได้ แต่ไม่ได้ก้าวล่วงถึงผลของคำวินิจฉัยคดี ในผลของคดี นี่คือคำชี้แจงที่เราได้ยินมาของฝ่ายตุลาการ ถ้าในมิติเท่านั้นเราก็ฟังได้ว่ามีการรักษามาตรฐาน แต่มันก็ต้องตอบได้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องรักษามาตรฐานอย่างนั้น เพราะข้อเท็จจริงในแต่ละเหตุจะไม่เหมือนกัน คำพิพากษาศาลฎีกายังกลับได้เมื่อมีเหตุอันสมควร โดยพยานหลักฐาน หรือมีแนวคิดที่จะยกระดับสิทธิมนุษยชนให้มีมาตรฐานมากขึ้นได้ ไม่ได้หมายความว่าคำพิพากษาศาลฎีกาจะกลับไม่ได้ ดังนั้น นักกฎหมายที่ทำคดีความมั่นคงจึงพยายามเรียกร้องหรือเขียนในคำอุทธรณ์ ฎีกาซ้ำๆ ในการปกป้อง ในการเขียนถึงผลของต้นไม้พิษ เรื่องของการรับฟังพยานหลักฐานบอกเล่า พยานหลักฐานที่ได้มาด้วยการขู่เข็ญ ด้วยการซ้อมทรมาน หรือพยานหลักฐานที่ได้มาจากการสัญญาว่าจะกันเป็นพยาน ซึ่งพยานเหล่านี้คือสิ่งที่เรามองว่าเขาไม่ได้สมัครใจ เมื่อเขามาบอกเราเขาก็มาบอกเรา เราก็พยายามจะเขียนซ้ำๆๆๆ ในคำอุทธรณ์ ในคำฎีกา เรารู้ว่าเราแพ้ แต่เราก็ชนะในหลักการ วันหนึ่งข้างหน้าเรารู้ว่าเราจะเจอองค์คณะผู้พิพากษาที่รับฟังพยานหลักฐานเหล่านี้ จากในอดีตที่ศาลไม่ฟังพยานหลักฐานเหล่านั้นเลย แต่เมื่อปี 2558-2559 เริ่มมีการฟังพยานหลักฐานพวกนั้นและก็เริ่มมีการฟังมาโดยตลอด เราเองเป็นนักกฎหมายเราก็ต้องเขียนสู้ในเรื่องพยานหลักฐาน นักกฎหมายหลายรายที่ทำคดีความมั่นคง ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ทนายความ แต่เราเป็นนักกฎหมายที่เราพยายามนำเสนอมิติของการมองกฎหมายเพื่อนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง เพราะถ้าเราถูกครอบ แล้วเราไม่ต่อสู้ เราก็จะต้องเป็นผู้ยอมรับชะตากรรมตลอดไป นี่คือนักกฎหมายของศูนย์ทนายความมุสลิม

….

นี่คือ ทนายความ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ผู้ที่มีจุดยืนในการทำงาน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้จะเปลี่ยนสถานะไปอีกสถานะหนึ่งก็ตาม


[1] ส.ส ปัตตานี จำนวนสี่คน ได้แก่ เขต 1 อันวาร์ สาและ  พรรคประชาธิปัตย์  เขต 2 อับดุลบาซิม อาบู  พรรคภูมิใจไทย เขต 3 อนุมัติ ซูสารอ พรรคประชาชาติ และ เขต 4 สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ  สส.ยะลา จำนวนสามคนได้แก่ เขต 1 อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ  พรรคพลังประชารัฐ  เขต 2 ซูการ์โน มะทา พรรคประชาชาติ เขต 3 อับดุลอายี สาแม็ง พรรคประชาชาติ สส.นราธิวาสจำนวนสี่คน ได้แก่ เขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน  พรรคพลังประชารัฐ    เขต 2 สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ เขต 3 กูเฮง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ  เขต 4 กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ  และสส บัญชีรายชื่อ ณ เดือนมีนาคม 2563 สองคนได้แก่ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา  พรรคภูมิใจไทย และนายมูหะมัดนอร์ มะทา  พรรคประชาชาติ  รวมทั้งสิ้น   13 คน

[2] https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/25_law/main.php?filename=commission

[3] มาตรา 131/1  ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามมาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้ทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใด ๆ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้   ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หากการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง จำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่างเลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นผมหรือขน น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ สารคัดหลั่ง สารพันธุกรรมหรือส่วนประกอบของร่างกายจากผู้ต้องหา ผู้เสียหายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจดังกล่าวได้ แต่ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและสมควรโดยใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทั้งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น และผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องให้ความยินยอม หากผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายกระทำการป้องปัดขัดขวางมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ที่หากได้ตรวจพิสูจน์แล้วจะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายนั้น แล้วแต่กรณี

[4] เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ริมเขื่อนปัตตานีรอยต่อระหว่างตำบลตาเซะ อำเภอเมืองจังหวัดยะลาและ อ.ยะรัง จังหวัดปัตตานี ที่ทางหน่วยงานความมั่นคงได้ปฏิบัติภารกิจ “การกระชับวงล้อม ปิดล้อมพื้นที่ จากเหตุปะทะคนร้าย” โดยมีรายงานจากการแถลงข่าวของโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ส่วนหน้า (กอรมน.ภาคสี่ส่วนหน้า) ว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นคนร้ายจำนวนสี่รายและมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหนึ่งราย รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง โดยเริ่มจากการปฏิบัติการปิดล้อม ไล่ล่า กลุ่มบุคคลจำนวน 7 คนที่อ้างว่าเป็นผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ความรุนแรงหลายเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ใช้เวลาติดต่อกันทั้งกลางวันกลางคืนเป็นเวลารวม  9 วันเต็มถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอาจเป็นยุทธิวิธีที่ขัดกับแนวทางสันติวิธีและลดทอนความพยายามในการเจรจาสันติภาพของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย

 ที่มา : https://bit.ly/3bEPSGm

%d bloggers like this: