Patani notes: CrCF ยื่นจดหมายผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องตัดสัญญาณมือถือในจชต. ทนายชี้ฟ้อง กสทช.ได้

ยื่นจดหมายผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องตัดสัญญาณมือถือในจชต. ทนายชี้ฟ้องกสทช.ได้

.

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผยยื่นจดหมายถึงผู้ตรวจการแผ่นดินวันนี้ เรียกร้องให้ยื่นมือช่วยคลี่คลายปัญหาที่มีการตัดสัญญาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสามจังหวัดภาคใต้และสี่อำเภอของสงขลา โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวมีลักษณะน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลือกปฏิบัติและขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน มูลนิธิเผยมีผู้ได้รับผลกระทบถูกตัดสัญญาณ หลายรายอยากดำเนินการทางกฎหมายแต่ไม่กล้า ด้านทนายความชี้ว่าช่องทางที่จะทำได้คือฟ้องกสทช.

.

นส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติเปิดเผยว่า วันนี้ได้ยื่นหนังสือให้กับประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันท์ ในนามของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเพื่อเรียกร้องให้เข้าช่วยคลี่คลายปัญหาการถูกตัดสิญญาณโทรศัพท์ โดยหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 26 พ.ค. 2563 ระบุว่า การตัดสัญญาณดังกล่าวโดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีการระบาดของโรคโควิด-19 ยังผลให้ผู้ถูกตัดสัญญาณได้รับความเดือดร้อนไม่อาจเข้าถึงการสื่อสารได้ ลักษณะการตัดน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน

.

การตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งทะยอยดำเนินการกับผู้ใช้เรื่อยมานั้นยังไม่มีผู้รวบรวมตัวเลขชัดเจนว่ามีผู้ถูกตัดแล้วเท่าใดแน่ แต่จากยอดของผู้ที่กรอกแบบฟอร์มของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมในเรื่องการได้รับผลกระทบ มีผู้กรอกแล้วจำนวนทั้งสิ้น 181 ราย เป็นผู้ใช้ซิมของกสท.หรือ CAT จำนวน 18 ราย ดีแทค 6 ราย ทรู 19 และเอไอเอส 138 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่ใช้บริการแบบเติมเงิน 86.2% อีก 13.3% เป็นแบบจ่ายรายเดือน กลุ่มผู้ถูกตัดสัญญาณ 87.3% ยอมรับว่าได้รับคำเตือนให้ไปลงทะเบียนซิมแบบใหม่ตามระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ ส่วนอีก 12.7% บอกว่ายังไม่เคยได้รับคำเตือน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดล้วนจดทะเบียนซิมในระบบเดิมมาแล้วทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่คือ 84.5% ลงทะเบียนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง ที่เหลือเป็นกลุ่มที่ผสมผสานกันไประหว่างให้ญาติพี่น้องเพื่อนหรือที่ร้านจดให้ กับมีส่วนน้อยมากที่ระบุว่าไม่ทราบว่าใครจดทะเบียนให้

.

ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ได้ส่งคำเตือนไปยังผู้ใช้โทรศัพท์มือถือให้ไปลงทะเบียนซิมตามระบบใหม่ ระบบที่กสทช.พัฒนาขึ้นมาเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกสั้นๆว่า ซิมสองแช๊ะ คือระบบที่ต้องมีการสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปใบหน้าให้ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งระบบนี้กส.ทช.บังคับใช้ทั่วประเทศสำหรับผู้ซื้อซิมรายใหม่ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่สามจังหวัดและ 4 อำเภอของภาคใต้นั้น กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ออกประกาศขอความร่วมมือให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกรายไม่ว่าใหม่หรือเก่าต้องจดทะเบียนทั้งหมดด้วยเหตุผลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้นำซิมไปก่อเหตุรุนแรงและเพื่อให้ง่ายต่อการสืบสวนสอบสวน ประกาศขอความร่วมมือดังกล่าวกำหนดให้ผู้ใช้โทรศัพท์ต้องลงทะเบียนภายใน 30 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ขยายเวลามาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นก็มีการเริ่มตัดสัญญาณเรื่อยมา โดยที่เรื่องนี้มีผู้ใช้โทรศัพท์หลายรายในพื้นที่แสดงความไม่เห็นด้วย และสส.ในพื้นที่ทั้งจากพรรคประชาชาติและพรรคพลังประชารัฐได้กล่าวมาแล้วว่าเป็นมาตรการที่ไม่น่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแก้ปัญหาได้แต่กลับสร้างผลกระทบคือละเมิดสิทธิผู้ใช้ในวงกว้าง

.

ส่วนในการยื่นหนังสือในวันนี้ นส.พรเพ็ญระบุว่าเป็นการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการเพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหา และว่าก่อนหน้านี้มีผู้ถูกตัดสัญญาณหลายรายหารือมายังมูลนิธิ บางรายต้องการหารือกับทนายความเพื่อดูความเป็นไปได้ของการฟ้องร้องดำเนินคดี บางรายหารือในข้อกฎหมายและบางรายหารือในเรื่องของสิทธิเพื่อต้องการจะร้องเรียนโดยที่ไม่ต้องดำเนินคดี มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่งที่แสดงเจตนาต้องการดำเนินการทางกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครกล้าเพราะหวาดกลัวจะมีปัญหาตามมาแม้จะรู้ว่าตัวเองถูกตัดสิทธิก็ตาม บางรายอาจมีเจตนาจะดำเนินการแต่ครอบครัวไม่ต้องการให้ทำ

.

ด้านนายปรีดา นาคผิว ทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเปิดเผยเช่นกันว่า จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ที่ถูกตัดสัญญาณ แม้จะมีเจตนาจะฟ้องร้องแต่ครอบครัววิตกจึงไม่ดำเนินการ บางรายก็ระบุว่า เบอร์โทรศัพท์ที่ถูกตัดสิทธิไม่ใช่ของตนเอง ต้องสอบถามเจ้าของ และก็ไม่มีการดำเนินการอย่างอื่นใดตามมา

.

นายปรีดากล่าวว่า ในกรณีที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ถูกตัดสัญญาณเกิดความหวาดกลัว ตนได้แนะนำไปว่า มีทางเลือกอีกประการหนึ่งคือสามารถมอบอำนาจให้ทนายความเพื่อให้ไปยื่นหนังสือแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เปิดสัญญาณให้ ซึ่งการมอบอำนาจให้กับทนายความดำเนินการนั้นสามารถทำได้หลายเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องการฟ้องร้อง หากว่าไม่ต้องการไปขึ้นศาลด้วยตนเอง

.

ทนายปรีดาระบุว่า ข้อกำหนดของกสทช.ที่ให้ผู้ซื้อซิมรายใหม่เท่านั้นที่จะต้องจดทะเบียน ถือเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปใช้บังคับใช้ทั้งหมดทั่วประเทศไม่ใช่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในขณะที่การอ้่างประกาศกอ.รมน.ที่ให้ผู้ใช้ทุกคนในสามจังหวัดภาคใต้และสี่อำเภอต้องจดทะเบียน เมื่อไม่จดให้ตัดสัญญาณโทรศัพท์ผู้ใช้บริการนั้น มีประเด็นว่า ประกาศของกอ.รมน.เป็นเพียงการขอความร่วมมือประชาชนให้ไปลงทะเบียน แต่กสทช.กลับตัดสัญญาณโทรศัพท์ จึงมีคำถามว่า กสทช.ใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการตัดสัญญาณ ที่สำคัญมาตรการนี้เป็นมาตรการที่เกินความจำเป็นหรือไม่เพราะ “ผู้จะใช้โทรศัพท์ได้ก็ต้องไปลงทะเบียนอยู่แล้วและทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ คนส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ มาตรการนี้มันจึงไม่สมเหตุสมผล” นอกจากนั้นทนายปรีดาชี้ว่า ข้ออ้างว่ากระทบความมั่นคงก็ยังไม่เห็นชัดเจนว่ากระทบอย่างไร

#ตัดสัญญาณมือถือในจชต

%d bloggers like this: