ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กองทัพบกชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อมารดาและภรรยา กรณีร้อยตรีสนาน ทองดีนอก เสียชีวิตในระหว่างฝึกเกิดจากการประมาทเลินเล่อในขณะปฏิบัติหน้าที่

เผยแพร่วันที่ 22 พฤษภาคม  2563

          ใบแจ้งข่าว

                    ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ให้กองทัพบกชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อมารดาและภรรยา     กรณีร้อยตรีสนาน ทองดีนอก เสียชีวิตในระหว่างฝึกเกิดจากการประมาทเลินเล่อในขณะปฏิบัติหน้าที่ของครูฝึก

          คดีนี้นางหวาน ทองดีนอก (มารดา) โจทก์ที่ 1 นางสาวธัญญารัตน์  วรรณสถิตย์  (ภรรยา)  โจทก์ที่  2  ฟ้อง กองทัพบก จำเลย ต่อศาลแพ่ง กรุงเทพมหานคร เรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539  คดีหมายเลขดำที่ พ.2580/2559  จากเหตุการณ์ร้อยตรีสนาน ทองดีนอก เสียชีวิตในระหว่างฝึก หลักสูตรทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์  (UKBT)  รุ่นที่  11 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2558 โดยหลักสูตรดังกล่าวได้จัดให้มีการทดสอบความสามารถโดยการว่ายน้ำร้อยเอก หัวหน้าครูฝึกมีหน้าที่กำกับดูแลการฝึก ถูกกล่าวหาว่า ได้บังคับให้ร้อยตรีสนาน ว่ายน้ำไป-กลับ ภายในสระว่ายน้ำโดยไม่มีการหยุดพักหลายสิบรอบ ซึ่งเกินกำลังที่ร่างกายจะรับได้เป็นเหตุให้ร้อยตรีสนานจมลงไปก้นสระเป็นเวลานานโดยที่ครูฝึกซึ่งมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้เข้ารับการฝึกกลับปล่อยปละละเลยไม่เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

          เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ พ.1223/2562 พิพากษาว่า  ร้อยเอกหัวหน้าชุดครูฝึกว่ายน้ำ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของกองทัพบกได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อ อันเป็นการกระทำละเมิดในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นครูฝึกว่ายน้ำ  เป็นเหตุให้รต.สนานฯ เสียชีวิต  ศาลชั้นต้นให้กองทัพบกชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันได้แก่ ค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะค่าขาดแรงงานให้แก่มารดาและภรรยาทั้งสอง  กองทัพบกที่ตกเป็นจำเลยและมารดาและภรรยาได้อุทธรณ์คำสั่งใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม

          ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยคำวินิจฉัยศาลเห็นว่า ในฐานะหัวหน้าครูฝึก หากมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของทหารผู้รับการฝึกอบรมน่าจะใช้ดุลพินิจยุติการฝึกได้ แต่กลับไม่ทำ  ซึ่งรต.สนานฯเป็นทหารใต้บังคับบัญชาเข้ารับการฝึกย่อมต้องอยู่ในระเบียบวินัยต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นครูฝึกในขณะนั้น การที่รต.สนานฯผู้ตายยังคงฝืนว่ายน้ำต่อไปทั้งที่กำลังหมดแรง จึงเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นหัวหน้าครูฝึกในฐานะครูฝึกจะนำมาอ้างไม่ได้ว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะรต.สนานฯพยายามว่ายน้ำไปเองโดยไม่ขอยุติการว่ายน้ำ   เมื่อหัวหน้าครูฝึกเห็นว่าผู้ตายอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงและแสดงอาการว่าไม่สามารถว่ายน้ำได้ครบรอบได้ตามที่กำหนดและยังคงทำการกระตุ้นทำนองบังคับให้ผู้ตายว่ายน้ำต่อไปให้ครบรอบที่กำหนดไว้โดยไม่ปรึกษาหน่วยแพทย์ที่มีอยู่หรือใช้ดุลพินิจยุติการทดสอบว่ายน้ำของผู้ตายไว้ก่อน จนเป็นเหตุให้รต.สนานฯ ว่ายน้ำต่อไปและจมน้ำตาย เป็นการกระทำการละเมิด

กองทัพบกในฐานะผู้บังคับบัญชาของหัวหน้าครูฝึกซึ่งเป็นจำเลยในคดีต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ในส่วนของการกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหาย ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดแรงงาน แก่มารดาและภรรยาทั้งสองนั้น เหมาะสมแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

          คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก

คดีนี้สามารถเป็นบรรทัดฐานเพื่อให้กองทัพบกตระหนักและปรับปรุงแก้ไขระบบการฝึกทหารให้มีมาตรฐาน ในการดูแลความปลอดภัยแก่ทหารผู้เข้ารับการฝึกด้วย โดยกองทัพต้องกำกับดูแลทหารทุกระดับไม่ให้ใช้ความรุนแรงดังเช่น กรณีร้อยตรีสนานต่อไปในอนาคต

          “สำหรับกรณีนี้ กองทัพบกควรตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนและดำเนินการทางวินัยต่อนายทหารที่กระทำผิด แล้วเปิดเผยผลการดำเนินการต่อญาติของร้อยตรีสนาน ทองดีนอกและประชาชนด้วย  การที่กองทัพบกจะต้องจ่ายค่าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ญาติภายหลังคดีสิ้นสุดนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำตามคำพิพากษาศาล กองทัพต้องดำเนินการไล่เบี้ยค่าเสียหายเพื่อไม่ให้การชดใช้ในการกระทำผิดนั้นสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐ  และทำให้เกิดมาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก” พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนาวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าว

                     ติดตามเรื่องราวเหตุการณ์คดีนี้ได้ที่  https://voicefromthais.wordpress.com/?s=ร้อยตรีสนาน


          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายปรีดา นาคผิว    ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

%d bloggers like this: