แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ยกเลิกการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลำดับรอง ประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

คปอ โลโก้

แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)
ยกเลิกการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลำดับรอง ประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศเรื่อง ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายลำดับรอง ประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 13 เมษายน 2562 โดยเชิญชวนให้ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในระหว่างวันที่ 8 – 25 เมษายน 2563 นั้น
ประกาศดังกล่าว ได้อ้างถึงเงื่อนไขในการจัดทำกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ตามมาตรา 62 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรา 116 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องดำเนินการภายในเวลา 1 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติทั้งสองฉบับมีผลใช้บังคับในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีร่างกฎหมายลำดับรองที่จัดทำเสร็จสิ้นแล้วทั้งสิ้น 7 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จำนวน 5 ฉบับ และร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จำนวน 2 ฉบับ
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายลำดับรอง ทั้ง 7 ฉบับ ยังมีสาระสำคัญที่จำกัดสิทธิชุมชนในการเข้าถึงที่ดิน และทรัพยากรเป็นด้านหลัก ประกอบกับเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติทั้งสองฉบับได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ภายใน 1 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ ซึ่งยังมีเวลาพอสมควรในการดำเนินการ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ทั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งถือเป็นวาระร่วมกันของทุกผู้คนในสังคมในการฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นไปได้ และนำความปกติสุขมาสู่สังคมไทยอีกครั้ง และความคืบหน้าในการดำเนินการตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ มาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ที่ต้องมีการสำรวจการถือครองการอาศัยทำกินของประชาชนในพื้นทีป่าอนุรักษ์ตามกฏหมายทั้ง 2 ฉบับ ให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ ที่ประเมินได้ว่าอาจไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเวลากำหนด วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 นี้

ประกอบกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ผ่านทางเว็บไซต์ และมีเวลาที่จำกัด จึงไม่สามารถระดมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขร่างกฏหมายลำดับรองดังกล่าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่อาศัย ทำกินในพื้นที่พิพาทกับรัฐ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ซึ่งหากพิจารณาเทียบเคียงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 77 วรรคสอง ที่ระบุว่า “ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบจากกฎหมายที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฏหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป”
จากเหตุผล และข้อเท็จจริงข้างต้น เครือข่ายปฏิรูปี่ดินภาคอีสาน (คปอ.) จึงมีความคิดเห็นและข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีดังกล่าว ให้มีคำสั่งยกเลิกประกาศดังกล่าวข้างต้นออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 จะยุติลง และนำมาสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลำดับรอง ที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัย ทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายทั้งสองฉบับ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง

พร้อมกันนี้ ในสถานการณ์เช่นปัจจุบัน รัฐบาลควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือนและชุมชน ยุติการข่มขู่ คุกคาม จับกุมดำเนินคดี หรือปฏิบัติการใดๆของเจ้าหน้าที่ อันจะนำไปสู่การคุกคามสิทธิของประชาชนในพื้นที่ที่มีกรณีพิพาทที่ดินและทรัพยากรกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีแต่หนทางเช่นนี้เท่านั้น จึงจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติ และนำความยั่งยืนมาสู่สังคมในอนาคตได้

ด้วยความสมานฉันท์
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)
24 เมษายน 2563

%d bloggers like this: