ขอเชิญร่วมเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน

ขอเชิญร่วมเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน

กำหนดารเสวนาแลกเปลี่ยน รับฟังความเห็นและแถลงข่าว

ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ……

วันที่ 29 มกราคม  2563 เวลา 9.00-13.00 น.

ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ถนนสามเสน กทม. (ตรงข้าม รพ.วชิระ)

เวลารายการหัวข้อ และผู้นำเสนอ
10.00-10.30                                 กล่าวเปิด คุณอังคณา นีละไพจิตร     และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร ตัวแทนผู้เสียหาย จากการทรมานความจำเป็นและพันธกรณีระหว่างประเทศ ความจำเป็นของการมีกฎหมายในประเทศกับสถานการณ์จริงของผู้เสียหาย
10.30-11.00    นำเสนอ ร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย  ภาคประชาชน  นายไพโรจน์  พลเพชร ที่ปรึกษา สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ผู้แทนทีมปรับปรุงร่างกฎหมายฯ  
11.00-12.30แลกเปลี่ยนฟังความเห็น ประสบการณ์การเรียกร้องสิทธิเสียหายการจับกุม การควบคุมตัว  บาดเจ็บ เสียขีวิตระหว่างควบคุมตัว สูญหาย การเยียวยา การนำคนผิดมาลงโทษ ถามตอบ ผู้ดำเนินรายการ  พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ตัวแทนไอซีเจ
ตัวแทนเอไอ
ตัวแทนผู้เสียหายจาการทรมาน ตัวแทนผู้เสียหายจากจชต.
ตัวแทนสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ตัวแทนสมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชน
ตัวแทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฯ
12.30-13.00แถลงข่าว การยื่นร่างกฎหมายฯ ต่อผู้แทนราษฎร ในวันที่ 30 ม.ค.  2563 เวลา 11.00 น.ที่อาคารรัฐสภา ถนนเกียกกายนำโดยนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

หมายเหตุ – กำหนดการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

ตามที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี พ.ศ. 2527 ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2550  และได้ลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ.2549 ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2555  รัฐบาลไทยหลายสมัย ได้จัดทำร่างกฎหมายเพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศทั้งสองฉบับ แต่ด้วยเหตุผลนานัปการ จนบัดนี้ประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายเพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีการเรียกร้องและผลักดัน ทั้งจากในประเทศและนานาชาติให้ประเทศไทยจัดทำกฎหมายอนุวัติการดังกล่าวตลอดมาก็ตาม โดยร่างกฎหมายของรัฐบาลที่เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเมื่อปี พ.ศ. 2561 แต่ไม่ได้รับการพิจารณาตราออกมาเป็นกฎหมาย

 ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ได้ร่วมกันจัดทำร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….. (ฉบับประชาชน) ขึ้น พร้อมหลักการและเหตุผลรายละเอียดปรากฎตามเอกสารที่ส่งมาด้วย  โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับประชาชนยืนยันที่จะให้กฎหมายอนุวัติการมีสาระบัญญัติที่ครบถ้วนตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าว อาทิเช่น การทรมานเนื่องจากเหตุของการเลือกปฏิบัติไม่ว่าในด้านใดจะกระทำมิได้ ห้ามผลักดันบุคคลออกนอกราชอาณาจักรหากบุคคลดังกล่าวอาจต้องเผชิญกับการทรมาน ห้ามอ้างเหตุผลหรือสถานการณ์ใดๆรวมทั้งภาวะสงคราม กฎอัยการศึกหรือสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อกระทำการทรมานหรือกระทำให้บุคคลสูญหาย ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาต่อการกระทำทรมานหรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย การกำหนดมาตรการป้องกันโดยให้มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกจำกัดเสรีภาพ และการให้ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมทั้งให้มีอำนาจตรวจสอบและมีคำสั่งเพื่อระงับการทรมานและเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้เสียหายเป็นต้น  

มูลนิธิฯและเครือข่ายฯจะจัดให้มีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็น ร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย  (ฉบับประชาชน) วันพุธที่ 29 มกราคม  2563  เวลา 10.00 – 13.00 น. ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ  ตรงข้าม รพ.วชิระ ถนนสามเสน ขอเชิญท่านร่วมให้ความเห็นต่อร่างพรบ.ฉบับนี้

Download

%d bloggers like this: