บทสัมภาษณ์ “อาแบ…” หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมตากใบ

“ตอนที่มีการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจอำเภอตากใบ แบ (ผู้ชาย ในภาษามลายู) มาซื้อของแถวนั้นพอดีเลยเข้าไปมุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ทันไร เจ้าหน้าที่ก็เริ่มปิดล้อมและสลายการชุมนุม แบเลยถูกแก๊สน้ำตาไปด้วย ตอนนั้นแสบตาจนมองไม่เห็น รีบวิ่งลงแม่น้ำไปล้างหน้าล้างตาแล้วขึ้นมาหมอบหลบแถวบันไดแถวนั้น พอเจ้าหน้าที่เห็นก็จับแบมัดมือไพล่หลัง สั่งให้นอนลงกับพื้น และค่อยๆถัดตัวเขยิบไปถึงรถบรรทุกที่จอดอยู่หน้าสถานีตำรวจ ระหว่างทางบนพื้นมีเศษกระจกกระจายเต็มไปหมด แบโดนกระจกบาดเข้าเลยร้องออกมา พอเจ้าหน้าที่ได้ยินก็เอาไม้ฟาดเข้าที่กลางหลัง ตอนนั้นกลัวมาก คิดแต่ว่าตัวเองกำลังจะตายแน่ๆ

พอขึ้นไปบนรถบรรทุก ทุกคนก็ถูกบังคับให้นอนทับกัน จำได้ว่าคนที่อยู่ด้านล่างสุดร้องไห้ พอเจ้าหน้าที่ได้ยินก็เลยมาเหยียบ สักพักเสียงของเขาก็เงียบไป คงเป็นเพราะเขาเสียชีวิตแล้ว ตอนนั้นแบพยายามทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด เพราะใครดื้อ ส่งเสียง โอดครวญ ก็จะโดนเหยียบ โดนเตะ โดนใช้ปืนตี คนที่นอนข้างๆ และคนที่นอนทับบนตัวแบก็ตายทั้งคู่ แบเหลือบไปเห็นเก้าอี้ในรถ เลยมุดตัวเข้าไปอยู่ใต้เก้าอี้ หวังให้เก้าอี้ช่วยรับน้ำหนักคนจากด้านบน แต่กลายเป็นว่าร่างคนทับกันหลายชั้นเกินไป เก้าอี้รับน้ำหนักไม่ไหว เลยหักลงมาทับที่หัว ตอนนั้นคิดว่าตัวเองจะตายแล้ว รอดตายมาได้ก็เพราะมีรูเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารให้พอหายใจได้ ตลอดทางไม่ได้พูดอะไรกับใคร มีแต่กล่าวคำว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอห และนบีมูฮัมหมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ” (คำพูดที่ชาวมุสลิมต้องกล่าวก่อนเสียชีวิตตามความเชื่อในศาสนาอิสลาม)

แบเริ่มบาดเจ็บที่ขาตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ พอเดินทางไปถึงค่ายอิงคยุทธขาก็บวมมากจนเดินไม่ได้ พอคนอื่นในรถจะช่วยพยุงลงจากรถ เจ้าหน้าที่ก็ห้ามไว้ แถมบอกอีกว่า “กูให้มึงเลือกว่าจะไปที่ไหน ไปที่เต้นท์พยาบาลหรือไปที่กองศพ ถ้าจะไปที่เต้นท์ มึงก็ลงมาเอง” ตอนนั้นแบกลัวตาย เลยยอมทิ้งตัวลงมาจากรถ พอ ตอนนั้นตกลงมาที่พื้นข้างๆล้อแล้วเจ้าหน้าที่กำลังถอยรถ โชคดีที่กลิ้งหนีทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาจับที่ข้อมือแล้วลากแบไปบนพื้นจนถึงเต้นท์ ระยะทางเกือบ 100 เมตรได้ สุดท้ายพอเขาเริ่มลำเลียงคนบาดเจ็บไปโรงพยาบาลก็เลยขอไปด้วย

จากเหตุการณ์วันนั้น แบต้องเข้าออกโรงพยาบาลประมาณ 6 เดือนกว่าๆเพื่อไปผ่าตัดขูดเนื้อเน่าที่ขาออกเกือบทุกอาทิตย์ นานๆเข้า ขาก็เริ่มลีบเล็กลงเรื่อยๆและเดินไม่ค่อยได้ ต้องคอยออกกำลัง ซื้อจักรยานมาปั่น ทำกายภาพบำบัด กินอาหารเสริม จนทุกวันนี้ ชีวิตเปลี่ยนไปทุกด้าน ทำงานหนักไม่ได้ เหนื่อยไว แต่ละคืนนอนหลับไม่สนิทเลย คอยแต่นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สะดุ้งตื่นทุกๆ 2 ชั่วโมง

เวลาแบจะไปกรีดยางต้องเดินทางผ่านด่านตรวจตามจุดต่างๆ มีอยู่ครั้งนึงแบถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ และพาตัวไปที่หน่วยทหารพรานเฉพาะกิจ (ฉก.) ตันหยงมัส เจ้าหน้าที่บอกว่าชื่อของแบอยู่ใน Black list ฝ่ายความมั่นคง เลยจะควบคุมตัวแบไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่บ้านบือแรง แบไม่เข้าใจว่าทำไมชื่อแบยังอยู่ใน Black list เพราะหลังจากเหตุการณ์ตากใบ เจ้าหน้าที่เรียกตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปอบรมอยู่หลายครั้ง แถมยังสัญญาด้วยว่า หากเข้าอบรมครบ จะลบชื่อออกจากลิสต์ ซึ่งแบก็ไปครบทุกครั้ง เทียวไปเทียวมาตั้ง 2-3 ปี แต่ตอนนี้ชื่อก็ยังอยู่ในลิสต์คนที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ

พูดถึงเหตุการณ์ตากใบเมื่อ 15 ปีก่อน แบอยากลืมนะ แต่มันลืมไม่ลง มันติดอยู่ในใจ ครั้งนึงเจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้านแล้วถามแบว่า “มึงไปตากใบนี่มึงเป็นคนร้ายหรอ”? แบสงสัยว่าทำไมยังต้องมากล่าวหากัน ทั้งๆที่ชื่อเราควรถูกลบออกจากฐานข้อมูลนี้ได้แล้ว เราเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ทำไมยังไม่เลิกมายุ่งกับเรา ทำกันแบบนี้ จะลืมลงได้ยังไง….”


“อาแบ” (นามสมมติ) เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมตากใบ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 โดยเริ่มจากการชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 6 คนซึ่งตั้งข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการปล้นปืนลูกซองยาวของราชการ ต่อมา เจ้าหน้าที่รัฐตัดสินใจสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วงกว่า 1,370 คนเพื่อนำขนส่งไปควบคุมตัวยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยมีผู้เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุม 7 คน เสียชีวิตระหว่างการเดินทางเป็นจำนวน 78 คน สูญหาย 7 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

15ปีตากใบ #15ปีตากใบจำอยู่ในใจไม่เคยลืม #15thAnniversaryTakBaiMassacre #NeverForget

TAG

บทความที่เกี่ยวข้อง