9 ตุลาคม 2562 ครอบครัวอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เผยแพร่วันที่ 7 ตุลาคม 2562
                                                             ใบแจ้งข่าว

9 ตุลาคม 2562 ครอบครัวอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 9.00 น. นางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภริยาของนายอับดุลเลาะ  อีซอมูซอ  ญาติ และทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้เร่งรัดการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่ไม่รู้สึกตัวเพราะสมองตาย  ภายหลังการถูกควบคุมตัวเพียง 13 ชั่วโมงตามกฎหมายพิเศษเมื่อวันที่ 25  สิงหาคม 2562  และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรง-พยาบาลสงขลานครินทร์  อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยทางโรงพยาบาลฯได้ออกหนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะสมองขาดออกซิเจนและขาดเลือด โดยญาติพี่น้องและองค์การสิทธิมนุษยชนสงสัยว่าอาจถูกทรมานจากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวจนเสียชีวิตดังกล่าว

จนบัดนี้เป็นเวลาสองเดือนกว่าหลังจากสมองตายและหมดสติและเข้ารับการรักษาพยาบาลปัจจุบันแม้ญาติจะได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม แต่ต้องประสบกับความยากลำบากและล่าช้าในการค้นหาความจริงถึงสาเหตุการตาย การเข้าถึงพยานหลักฐาน การไต่สวนการตายและการดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิด  ทั้งที่ก่อนการถูกควบคุมตัว  นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รู้สึกตัวดี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ซึ่งหลังควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษเพียงระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน กลับต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อเนื่องในสภาพที่ตรงกันข้าม และหากพบว่าเป็นการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญา ต้องมีการหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  โดยนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ และญาติ จะเดินทางไปยื่นหนังสือเพิ่มเติมและติดตามเรื่องที่ได้ร้องทุกข์ไว้แล้ว ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันเดียวกันด้วย ในเวลา 15.00 น

          โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ตัวแทนทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี และภริยานายอับดุลเลาะ  อีซอมูซอ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี ให้ดำเนินคดีทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ  อีซอมูซอ เป็นคดีอาญาหมายเลข 293/2562 ของ สภ.หนองจิก และได้ยื่นขอเวชระเบียนของนายอับดุลเลาะฯจากโรงพยาบาลต่างๆที่เข้ารับการรักษาและโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ป่วยก่อนการถูกควบคุมตัว ปัจจุบันได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารแล้ว ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆอยู่ระหว่างการดำเนินการของโรงพยาบาล  และวันที่ 5 ตุลาคม 2562  มีการรำลึกครบรอบ 40 วัน การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ และมีเวทีเสวนา “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม”ด้วย   


             โดยที่ผ่านมาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งใช้กฎหมายพิเศษ การสืบสวนสอบสวนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยหน่วยงานของรัฐยังขาดประสิทธิภาพและไม่มีการดำเนินการตามกฎหมาย ต่อผู้ต้องสงสัยที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหากการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในค่ายทหารหรือเกิดจาก การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ  ในระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาจนปัจจุบันในคดีทรมานไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดถูกลงโทษทางวินัยและทางอาญา  อีกทั้งรัฐบาลก็ยังไม่เร่งรัดให้มีการตรากฎหมายเพื่อป้องกันการทรมานและกำหนดให้การทรมานเป็นความผิดทางอาญาแต่อย่างใด

           กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่มีความสำคัญต่อการสร้างให้เกิดความโปร่งใสและเกิดการตรวจสอบในการควบคุมตัวบุคคลตามอำนาจกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีการใช้มากว่า 15 ปี  โดยคดีนี้ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และทนายความมูลนิธิ ผสานวัฒนธรรม ที่ได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคดีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ และญาติ จะดำเนินการจนถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในระดับนโยบายและกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

          ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว การยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิ-มนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. และต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)
เวลา 15.00 น.

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมต่อ

ทนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ (มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม)             โทร 081 8987408                  

ทนายปรีดา นาคผิว  (มูลนิธิผสานวัฒนธรรม)                                     โทร 089 6222474

%d bloggers like this: