เรื่องเล่าจากติมอร์เลสเต (1) ความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน

เวทีความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน วันที่ 26 สิงหาคม 2562

Patrick Burgess

            กล่าวทักทายด้วยภาษาท้องถิ่นที่ติมอร์ ทั้ง 6 ภาษา  AJAR มีหลายโปรแกรมในเวลาเดียวกันที่ติมอร์เลสเต  AJAR ทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ บังคลาเทศ เนปาล อินโดนีเซีย ไทย ศรีลังกา ติมอร์เลสเต มาทำงานรวมกันทั้ง 10 ประเทศ กำหนดการมี   6 วัน โดยเราเน้นเรื่องการฟื้นฟูหรืออาจเรียกได้ว่าซ่อมสร้าง (Reparation) การซ่อมสร้างชีวิตของผู้เสียหายจากความขัดแย้ง มีกลุ่มเยาวชนในติมอร์ตะวันออก ติมอร์ตะวันตก และมีชนพื้นเมืองออสเตรเลียด้วย ในการมาเรียนรู้ร่วมกับเยาวชนติมอร์เลสเต ด้วยในอาทิตย์นี้ เพื่อรำลึกถึงวันสำคัญของประวัติศาสตร์อีสติมอร์ในปี   1999   ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปีในปีนี้

Manfred Nowak อดีตผู้แทนพิเศษเรื่องการต่อต้านการทรมาน เป็นผู้นำ global campus of human rights

            Global campus  ทำงานเรื่องการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนในระดับมหาวิทยาลัยและตอนนี้ทำงานที่อีสติมอร์เพื่อจัดตั้งหลักสูตรการสอนสิทธิมนุษยชนรวมกับอีกหลายประเทศในเอเชีย

          ขอแสดงความเห็นว่ากระบวนการความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านทั่วโลกเป็นกระบวนการที่ยาวนานและทุกข์ทรมาน แต่เป็นหนทางเดียวที่ทำให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบยุติลงได้ เช่น ในลาตินอเมริกา กัมพูชาหรือในพื้นที่ความขัดแย้งอื่น ๆ ทั่วโลกก่อนก้าวเข้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

สิ่งที่สำคัญและสิ่งแรกคือผู้เสียหาย หรือเหยื่อได้รับการยกย่องและได้รับการเยียวยาเพี่อเริ่มเข้าสู่การปรองดองเพื่อสันติภาพ

ผมมาจากประเทศออสเตรีย ฮิตเลอร์เกิดที่นั่น เราก็ต้องทำงานนานมากเพื่อจะผ่านคำว่า เราเป็นเหยื่อ หรือเราเป็นผู้กระทำความรุนแรงในสงคราม  เราใช้เวลา   70 ปี เพื่อหาทางเยียวยาผู้เสียหายขาวยิว ในสังคมเยอรมันที่ต้องยอมรับการมีอยู่ของเหยื่อชาวยิว และเพื่อให้เขาได้รับการเยียวยาจนมาในปัจจุบัน

ผมค่อนข้างเชื่อมันว่าเราต้องสร้างก้าวแรก คือ ความจริง และความยุติธรรมทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่สันตภาพที่ยั่งยืน

ตอนนั้นผมภูมิใจมากกว่า ICED มีมาตรา 24 ที่ระบุถึงการเยียวยาผู้เสียหายหรือเหยื่อไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศการบังคับบุคคลให้สูญหายฉบับนี้ ผมยืนยันว่าต้องมีมาตราที่เกียวกับการเยียวยาและมันก็ปรากฎอยู่จริงๆ

ผมทำงานกับหลายประเทศเรื่องผู้บังคับให้สูญหาย เนปาล ยูโกสลาเวีย ฯลฯ มีหลายกรณีในโลกและในหลายประเทศที่สถานการณ์เรื่องการบังคับให้สูญหายยังไม่สามารถคลี่คลายได้  ญาติจะไม่ยอมรับความจริงเลยถ้าไม่เจอศพ เราอาจต้องขุดหาศพให้เจอในหลุมศพขนาดใหญ่ (mass graves) เราต้องหาหนทางที่จะค้นหาความจริงอย่างที่พวกเขาพึงพอใจให้ได้ ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม

มีเครื่องมือหลายแบบที่จะทำงานเพื่อให้ได้ความจริง เช่นคณะกรรมการค้นหาความจริง ในหลายประเทศมีการก่อตั้งขึ้นแล้ว อัฟริกาใต้ ซีลลาลีออน หรือแม้แต่ในอีสติอร์ที่เกิดขึ้นแล้วและเราได้มาเรียนรู้ในวันนี้ แต่ก็มีอีกหลายรูปแบบ คณะกรรมการค้นหาความจริงระดับนานาชาติ หรือการทำงานของผู้แทนพิเศษของระบบยูเอ็น

เช่นใน 1993 ยูเอ็นมีการจัดตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริงขึ้นในยูโกสลาเวีย บางครั้งจัดตั้งขึ้นแต่ก็อาจทำงานไม่ได้ผลเช่นในกัมพูชามีการจัดตั้งขึ้นในระดับนานาชาติแต่ก็ทำไม่ได้ผลนัก

          เราก็ต้องคิดด้วยว่า การจัดตั้งสถานที่รำลึกต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ หรืออนุสรณ์สถานต่างๆ หรือการจัดตั้งหน่วยเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ เพื่อทั้งเก็บไว้และแสดงเพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอดีตของชาตินั้น ๆ

ก้าวที่สองคือเรื่องความเป็นธรรม ความเป็นธรรมในที่นี่หมายถึงความยุติธรรมทางอาญาที่ผู้เสียหายรู้สึกหรือได้รับจริง ๆ  อาจเป็นศาลระหว่างประเทศ หรือศาลประเภทต่างๆ ระดับสากล หรือศาลในระดับประเทศนั้น ๆ

บางครั้งอาจมีในรูปแบบความเป็นธรรมในเรื่องการชดเชยทางแพ่งได้ด้วย ไม่ใช่แต่เฉพาะทางอาญา ในบางประเทศระบบยุติธรรมแบบจารีตได้ผลดีกว่าระบบยุติธรรมแบบสากลใหม่ๆ เราต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยว่าจะออกแบบแบบไหน

สิ่งที่สำคัญคือทำอย่างไรให้เห็นว่าความยุติธรรมมีจริงและเป็นจริงต่อพวกเขาด้วย นั้นเราเรียกว่า   Judicial reparation จึงจะเกิดการแก้ไขเพื่อให้เขาได้รับสิ่งที่สูญเสียคืนไป ได้ที่ดินคืน เป็นต้นหลังจากถูกบังคับอพยพ  สำหรับเหยื่อการทรมาน เราต้องการการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายและจิตใจเขาจากประสบการณ์ที่เลวร้ายกลับฟื้นคืนมาดังเดิม

ความพึงพอใจต่อผู้เสียหายอาจเป็นเพียงคำขอโทษที่จริงใจจากผู้กระทำการละเมิดต่อเหยื่อ อาจจะมีความหมายมากกว่าเงินเยียวยาหรือการเยียวยาในรูปแบบอื่น ๆ

การปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้เพื่อเป็นพื้นฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน ก้าวนี้อาจจะยากที่สุด เราต้องทำให้เห็นว่าการปรองดองหรือการทำให้คนมาคุยกันอาจมีหลายวิธีการหรือหลายรูปแบบ

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ๆ ของกลุ่มคน เพราะต้องการความตั้งใจจริงใจของคนต่อคนที่ต้องเกิดขึ้นอย่างจริงจังเท่านั้นจริงจะเกิดการปรองดองขึ้นได้

          และต้องหมายถึงว่าผู้เสียหายหรือเหยื่อต้องมีความตั้งใจด้วยว่าเราจะสามารถให้อภัยได้ แต่ไม่ลืมในสิ่งที่เกิดขึ้น

          ตัวอย่างในอัฟริกาใต้ เราพยายามที่จะให้ตำรวจผิวขาวที่เจตนาฆ่าสามีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตอนนี้ต้องการให้ผู้หญิงมาพบกับตำรวจผิวขาวในระหว่างที่มีการจัดกิจกรรมเรื่องการปรองดอง  ผู้หญิงบอกว่า “ไม่อยากเจอคนคนนี้ เพราะเขาทำให้ฉันทุกข์มากจะมาเจอเขาทำไม” ตำรวจผิวขาวก็กลัวเหมือนกันว่าจะทำตัวอย่างไรเมื่อต้องเจอหญิงหม้ายคนนี้  ตัวอย่างเหล่านี้มีมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่าเราต้องพยายามอย่างมาก  แต่สุดท้ายเมื่อเขายอมรับทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายมักได้รับสิ่งที่เรียกว่า“Relief” รู้สึกดีขึ้นที่ได้เห็นความเป็นมนุษย์ของทั้งสองฝ่าย

          ลองดูทดลองดูว่าวิธีการไหนจะทำให้เกิดผล ในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆของผู้คนในสถานการณ์ความขัดแย้ง

          ผมขอชื่นชมชุมชนผิวสีในอัฟริกาที่ยอมรับการเยียวยาในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ความยุติธรรมทางอาญา เขาต้องการรูปแบบอื่น ๆ และมันก็เป็นผลมากกว่าด้วยซ้ำไป

          แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลือกแบบใดแบบหนึ่ง เราทำไปได้พร้อม ๆ กันก็ได้ในหลายๆ รูปแบบ เช่นในซีลีลิออนที่ดำเนินการหลายรูปแบบเพื่อนำไปสู่การปรองดอง ทั้งคณะกรรมการค้นหาหความจริงและศาลที่มีระบบผสมระหว่างระบบยุติธรรมในประเทศและระบบยุติธรรมสากล

          ในอีสติมอร์ มีประสบการณ์ที่ดี และน่าเรียนรู้อย่างมากในเรื่องการค้นหาความจริง ความยุติธรรมและการปรองดองที่เกิดขึ้นแล้วที่นี่

Patrick Burgess, AJAR

TJ เป็นทุกอย่างที่วัฒนธรรมทุกวัฒนธรรมจัดการกับประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายของชาตินั้นๆ เราถามว่าประเทศไหนบ้างไม่มีประวัติศาสตร์ที่เลวร้าย ไม่เคยมี ทุกประเทศมีประวัติศาสตร์ที่เลวร้าย เช่น ออสเตรียก็มี  ออสเตรเลียก็มีการละเมิดสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง อเมริกามีการค้าทาส สิ่งเหลานี้คือการ TJ ที่หมายถึงการจัดการกับอดีตที่เลวร้าย

ผมน่าจะเป็นคนแรกที่ขับรถยูเอ็นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผมไปพร้อมกับผู้แทนของยูเอ็น   Ian Martin ตอนนี้มีคนมาเกาะรถยูเอ็นแล้วก็บอกว่าไหนว่าจะมาทำไมใช้เวลา   25ปี พวกเขาร้องไห้

รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ยอมให้อิสติมอร์เลือกที่จะเป็นอิสระ เขาทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาไม่อยากเป็นอิสระ เขาก็ไม่อยากให้นานาชาติเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเป็นอิสระของอีสติมอร์  พวกเขาจัดตั้งกลุ่มกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาจากประชากรในอีสติมอร์เอง เทคนิคนี้ใช้ทั่วไปในหลายๆ พื้นที่ความขัดแย้ง  ให้อาวุธ จ่ายเงิน ฝึกอาวุธ แล้วก็บังคับ ไม่ให้ชาวอีสติอร์โหวตเป็นเอกราชในปี   1999

มีกลุ่มชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาบอกเราว่า พวกเราถูกบังคับให้ก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธ เราเห็น 300-400 คนมีอาวุธและ มีคนนำและกำลังฝึกอาวุธคนเหล่านั้น แม้จะไม่ใส่เครื่องแบบแต่ก็มีรองเท้าบูตทหาร ผมถามว่ากำลังทำอะไรกัน เขาบอกว่าชาวนากำลังคุยกัน  ผมก็แนะนำเรามาจากยูเอ็น เขาบอกว่าแล้วคุณก็จะสนับสนุนพวกเรา

วันที่มีการลงประชามติคือวันที่ 30 สิงหาคม ซึ่งปีนี้ครบรอบ 20 ปี   มีการคุยกันเยอะมากในยูเอ็นว่าเราควรเลิกการลงประชามติ เพราะมันจะไม่เป็นธรรมแน่นอน มีบางฝ่ายไม่สามารถรณรงค์ได้เพราะไม่ปลอดภัย  ตอนนี้นายซานาน่า กูซเมาอยู่ในเรือนจำที่จากาต้า บอกกับเราว่าอย่ายกเลิกการลงประชามติ เพราะเป็นหนทางเดียวที่เราจะได้สื่อสารสิ่งที่เราต้องการ 

เรารู้ว่าเราต้องจ่ายเยอะกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และเราพร้อมที่จะยอมรับความจริง 70% โหวตว่าต้องการเป็นอิสระเป็นเอกราช รัฐบาลอินโดฯ โกรธมาก มีการเผาบ้านหลายๆหลัง 60,000 หลัง ตึกต่างๆ สนามบินทุกอย่างถูกทำลายลงหลังการทำประชามติ

ผมเองก็ถูกโจมตีด้วย โชคดีที่วิ่งเร็วทำให้รอดตามมาได้ แม้แต่ภรรยาผมชาวอินโดนีเซียก็ถูกโจมตี

ผลลัพท์ของความขัดแย้ง มีชาวติมอร์130,000-200,000 คนถูกฆ่าตายในระยะ  25 ปี จากประชากรทั้งหมดเพียง  600,000 เท่ากับว่าคนหนึ่งในสามของชาวอีสติมอร์ถูกฆ่าตายไปในความขัดแย้งนี้

เราต้องทำอย่างไรกับความจริง ความยุติธรรม การเยียวยาและไม่ให้เกิดสิ่งนี้อีก

เราต้องการความจริงก่อนอื่น

เรามีการจัดตั้งคณะกรรมการสืบค้นความจริงที่ก่อตั้งโดยมูเนียร์ เพื่อนของเรา Munur  เขาก่อตั้งการค้นหาความจริงเรื่องคนหายและทำงานด้านการค้นหาความจริงมาโดยตลอด เขาเองกลับถูกวางยาจนเสียชีวิตในปี   2004  มีการใส่ยาพิษในน้ำชาของเขาในเครื่องบิน Garuda ในชั้นธุรกิจ ที่สิงค์โปร์

การก่อตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริงในระยะเวลาสามปีในนามของ CAVR หรือที่เรียกว่าคณะกรรมการค้นหาความจริงระดับชาติ ทำงานอย่างหนักมีเจ้าหน้าที่ 200 คน และบันทึกอย่างเป็นระบบจริงทำให้สามารถเขียนรายงานการละเมิดสิทธิฯได้   Truth Seeking จัดเก็บข้อมูลกว่า 8000 ข้อมูล จัดระบบการเก็บข้อมูล 

ต่อมารัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ชื่อ   CNC เพื่อดำเนินการต่อเนื่อง เราก็กลัวเหมือนกันว่าข้อมูลที่เราค้นพบนั้น จะไม่ได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ   เขาก็พบว่ากองกำลังอินโดนีเซียทำการละเมิดจริงๆ แม้ว่าจะมีหลายกลุ่มเป็นผู้กระทำละเมิด  จึงทำให้เกิดการนำไปสู่การเยียวยาและยอมรับความจริงระดับหนึ่ง

เราเห็นว่าความจริงที่ค้นพบยังไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษ  เราต้องมีระบบตุลาการที่เป็นอิสระจริง ๆ ถ้าจะดำเนินการเรื่องนี้ภายหลังการความขัดแย้ง เราอาจต้องลงทุนทำงานเรื่องนิติธรรมและความเป็นอิสระของตุลาการก่อนการทำงานเรื่องการค้นหาความจริง เพราะความยุติธรรมจะไม่เกิดถ้าเราไม่มีตุลาการที่เป็นอิสระเป็นหลักการพื้นฐาน

ก้าวแรกคือการค้นหาความจริง

มีคำตอบของชาวบ้านหลายแบบต่อการละเมิดสิทธิ

เช่นอยากให้คนที่ข่มขืนฉันเขาคุก

และอยากให้คนที่เผาบ้านมาคุยกันแล้วเยียวยาฉัน เป็นต้น

หรือบางคนอยากได้ฟังคำขอโทษ อยากให้คนร้ายมาฟังว่าฉันทุกข์ระทมอย่างไร

มีการลงชื่อในข้อตกลงระดับท้องถิ่นต่างๆ ด้วย เหมือนเป็นคำพิพากษา

กว่า 1000 คนได้กลับคืนสู่สังคมของเขาหลังผ่านกระบวนการปรองดองดังกล่าวในระดับท้องถิ่น  แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วยอยากให้มีการลงโทษที่หนักขึ้นหรือมากกว่านี้

เราตั้งใจดูที่ทางแก้ไข เราพบว่าการคอรัปชั่นเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นรากฐานของการละเมิดสิทธิฯ  คอรัปชั่นเกิดขึ้นก่อนความขัดแย้งทางอาวุธ เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ และเกิดขึ้นหลังความขัดแย้งทางอาวุธ เราอาจจะต้องทำเรื่องนี้ด้วย การต่อต้านการคอรัปชั่นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นรากฐานของการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเสมอมา

Manuela Leong  Persita, ACbit, Our struggle for Gender Justice Past and Present

มีข้อเสนอเกี่ยวกับความเป็นธรรมต่อผู้หญิงที่เขียนไว้ในรายงานตั้งแต่ปี 2005 แต่ข้อเสนอเหล่านั้นยังไม่มีการนำมาใช้เลย เมื่อ   CAVR ยุติบทบาทลง  ต่อมาปี 2009-2012   มีความพยายามในการทำงานเพื่อให้ข้อเสนอแนะมีผลได้จริงในระดับรัฐสภาแต่ก็ยังไม่เป็นผล

          ACbit เป็นการรวมกลุ่มของภาคประชาสังคม เพื่อนำข้อเสนอในรายงาน   Chega มาใช้ในทางปฏิบัติหลังจากรัฐบาลไม่นำมาใช้อย่างจริงจัง  เราต้องให้ความรู้เรื่องสิทธิฯ ความเป็นธรรมกับประชาชนในอีสติอร์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิฯ รายงานอย่างย่อให้เขาฟังโดยเฉพาะผู้หญิง

          เราทำรายงานและให้ผู้หญิงมามีส่วนร่วม และเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้หญิง  เชื่อมต่อผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงในอดีตกับปัจจุบันให้เขารับฟังและรู้จักกันเพื่อช่วยเหลือกันและกัน ทำงานกับเยาวชนเพื่อให้เขารับรู้เรื่องในอดีตและผลกระทบต่อผู้หญิงในระหว่างสงครามเป็นการเฉพาะด้วย

          เราก็ข้อมูลผู้เสียหายหญิง   567 คนรวบรวมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้ด้วยในรายงานเรื่อง Chega    ในจำนวนนี้ 223 เป็นกรณีที่ผู้เสียหายถูกข่มขืน บังคับแต่งงาน ทาสทางเพศ

          เมื่อมีการจัดตั้งคณะทำงาน CNC ขึ้นเมื่อปี 2016 ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง เราทำงานกับภาคประชาสังคมต่างๆ ต่อเนื่องเพื่อนำข้อเสนอแนะของ Chega มาใช้ ปรึกษาหารือกับสภาผู้แทนราษฎรด้วย และทำงานกับ CNC   ด้วย

        เราเสนอให้   CNC ทำงานเรื่องการเยียวยาด้านจิตใจมากขึ้นด้วยเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจการถูกละเมิดสิทธิฯ  เราต้องการระบบจัดการด้านการรักษาสภาพจิตใจให้มากขึ้นด้วยเราไม่เชี่ยวชาญ หาแนวทางค้นหาทางป้องกันด้วยว่าผลของสภาพจิตใจของหญิงอาจส่งผลถึงเด็กได้ด้วย  เพราะ Social transformation ส่งผลต่อไปได้กับทุกคนเพราะเราส่งต่อความรุนแรงได้ เราต้องทำงานกับผู้ชายด้วยเช่นกันเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง  เช่นไม่ทำให้ผู้หญิงที่กล้าจะบอกเรื่องการละเมิดทางเพศไม่ถูกทำให้กลายเป็นเหยื่อซ้ำอีกครั้ง ที่สำคัญให้ผู้หญิงมีส่วนในการออกแบบแนวทางการเยียวยาของพวกเขาเองด้วย เช่นรูปแบบการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ทางจิตใจ ทางสังคมจากชุมชนของเธอเอง

        กิจกรรมในชุมชนก็ส่งผลต่อผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงด้วยเพราะทำให้เขาเกิดการยอมรับ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

        ผอ. พิพิธภัณฑ์ (เรือนจำเก่า)

        ผมจะพูดเรื่องความจริงฯ  เราต้องการความจริงแบบไหนที่จะก้าวไปข้างหน้า บางครั้งเราบอกว่าเราต้องการนำคนผิดมาลงโทษ ความจริงแบบนี้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการหลังความขัดแย้ง  เพื่อนำความยุติธรรมให้เหยื่อผู้เสียหาย

        สิทธิในการรับรู้ความจริง เราต้องการสิ่งนี้มากที่สุดก่อนแล้วพูดเรื่องการปรองดอง ให้สังคมได้รับรู้ร่วมกันด้วย  CAVR  รายงานของเราไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ผมทำงานในฐานะคณะกรรมการร่วมกับรัฐบาลอินโดด้วย ซึ่งเขาระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอีสติมอร์ Crime against humanity    รัฐบาลอินโดฯใช้คำว่า Regret  ไม่ได้ใช้คำว่า ขอโทษ

          เมื่อเร็วนี้ TV สัมภาษณ์บุคคลคนหนึ่ง แต่เราไม่ได้ให้เขาพูด บางครั้งเราก็ปิดปากบางคนทำให้เราไม่รู้ความจริงจากอีกฝ่ายหนึ่ง การทำงานและการเรียนรู้ของเราคือ 202 ข้อเสนอแนะต้องอ่านเอกสารหน้าต่อหน้า แต่การนำไปปฏิบัติไม่ได้เกิดขึ้นจริงคิดว่าน่าจะนำไปใช้ 5% เช่นการให้อีสติมอร์ไปลงนามในอนุสัญญาฯระหว่างประเทศ ไม่มีใครทำงานจริงจังกับเหยื่อที่เกิดจากรัฐบาลอีสติมอร์  ไม่มีเอกสาร   2002-2017 ไม่เอกสารของรัฐระบุว่าโครงการให้ความช่วยเหลือจากความขัดแย้งฯ มีโครงการเกี่ยวกับอดีตทหาร แม่เลี้ยงเดี่ยว แค่นี้เอง เราต้องทำงานมากขึ้นและมากกว่านี้มาก แม้เราจะเป็นตัวอย่างที่ดีในภูมิภาคนี้

        เรามีองค์กรที่รวบรวมข้อมูลผู้เสียหายฯ ไม่มีข้อมูล ex-prisoners หรือ sexual violence victims พวกเขาอาจเป็นผู้เสียหายจากการทรมาน หรือผู้พิการจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 24 ปีนั้น

        เราเริ่มทำการบันทึกในแบบฟอร์มและทำ Data base เพื่อค้นหาว่าใครบ้างยังต้องการความช่วยเหลือหรือรักษาอาการทางกายและทางใจ ให้กับพวกเรา อยากรู้ด้วยว่าใครยังอยู่ในภาวะยากจนหรือไม่ต้องการความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจหรือไม่

        ความจริงหรือวาทกรรมของประวัติศาสตร์ที่ขาดเสียงของผู้หญิงที่มีลูกสามคนจากทหารอินโดนีเซีย เพราะเราเขียนว่ามีทหารข่มขื่นผู้หญิง เราทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีหลักสูตรด้านประวัติศาสตร์และหลักสูตรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อการสร้างชาติ (nation building)

          มีการพูดกันว่า การสร้างชาติหมายถึงการสร้างกลุ่มของตนเท่านั้น  เรายังใช้คำว่า Me, we and us เพราะเรายังไม่รวมกลุ่มที่เราเข้าไม่ถึง

%d bloggers like this: