ความมั่นคงที่ไม่มั่นคง : ผลงานเขียนบันทึกจากการลงพื้นที่ภาคใต้ โดย นายจอมธนพล ชื่นวัฒนา / อาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชน รุ่น 13

“ความมั่นคงที่ไม่มั่นคง”

ถ้าพูดถึงความมั่นคงเราคงตีความอย่างง่ายออกมาเป็นความมั่นคงส่วนบุคคล เช่นมีงานที่มั่นคง สามารถสร้างครอบครัวเลี้ยงดูครอบครัวได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติโดยไม่ต้องระแวงระวังภัยที่จะมาทำร้ายทั้งภัยจากธรรมชาติและภัยสงคราม ดังนั้นรัฐจึงต้องสนองตอบต่อความต้องการนี้โดยการสร้างความมั่นคงในภาพรวม ภาพของทหารและอาวุธถูกนำขึ้นมาใช้แสดงถึงความมั่นคง คนกลุ่มนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความมั่นคงของรัฐและคนที่อยู่ภายในรัฐ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่?

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มีข่าวของผู้ต้องสงสัยในชั้นซักถามคดีความมั่นคงที่สามจังหวัดเข้าห้องไอซียูจากอาการหมดสติหลังจากถูกควบคุมตัวได้ไม่ถึงหนึ่งวันที่ค่ายอิงคยุทธบริหารทำให้นึกถึงเรื่องราวนึงที่ปัตตานีเมื่อสองสามเดือนก่อน

00

“เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนระหว่างเดินทางไปเยี่ยมญาติที่สะบ้าย้อย อาแบถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่ค่ายทหาร” คำพูดนี้ก๊ะ เธอพูดกับผมขณะกำลังเตรียมผ้าเพื่อตัดเย็บ ในบ้านเช่าหลังเล็กใกล้กับมัสยิสกลางจังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดทำให้สามีของเธอตกเป็นหนึ่งในสิบผู้ต้องสงสัยในคดีก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่ามีคนให้การซักทอดถึงสามีของเธอว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการก่อการร้าย

กว่า 15 ปีที่กฎหมายพิเศษถูกนำขึ้นมาใช้ภายใต้คำว่า ความมั่นคง เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงกับประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยกฎหมายสองชุดคือ กฎอัยการศึก และ พรก.ฉุกเฉิน เสมือนหนึ่งเป็นพื้นที่สงครามแม้รัฐจะไม่ยอมรับว่าเป็นพื้นที่สงครามก็ตาม ทำให้สามีของก๊ะและคนอื่นๆถูกควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีหลักฐานพยานวัตถุที่แน่นหนาเพียงพอ ขณะนั่งเย็บผ้าที่ลูกค้าให้แก้บนจักรตัวเก่าเธอพูดกับผม “แต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นที่ประจำของเขาหละ ก๊ะก็จะค่อยช่วยเตรียมผ้าไว้ให้เขาตัดเย็บ” ครอบครัวของเธอเพิ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้ไม่นานนักรายได้หลักของครอบครัวมาจากการตัดเย็บเสื้อผ้าของสามี ถึงอย่างนั้นเธอและสามีก็มีแผนที่จะขยับขยายไปเช่าบ้านที่ดีกว่านี้ในอนาคต

อันใกล้ แต่แล้วสามีของเธอกลับถูกควบคุมตัวเสียก่อนทำให้รายได้ของครอบครัวหายไปและมีรายจ่ายเพิ่มเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แบซิ ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม  จังหวัดปัตตานีเล่าถึงคดีดังกล่าวว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วผู้ต้องสงสัยมีการซักทอดถึงผู้ต้องสงสัยจำนวน 10 คน จึงนำมาซึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่โดยผู้ต้องสงสัยอยู่ในจังหวัดปัตตานีแต่อยู่คนละพื้นที่กัน ในชั้นศาลแต่ละคนมีคดีที่ถูกฟ้องต่างกันซึ่งบางคนก็มีสองคดีสามคดีแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นคดีระเบิดโต้รุ่งหรือคดีความไม่สงบอื่นๆในพื้นที่จังหวัดปัตตานีซึ่งมีหลายๆเหตุการณ์ แต่พยายานหลักฐานมีเพียงชุดเดียวคือพยานซักทอด อัยการจึงร้องขอต่อศาลให้รวมทั้งหมดเป็นคดีก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานีคดีเดียว ซึ่งในศาลชั้นต้นมีการตัดสินแล้วบางส่วนทั้ง จำคุกตลอดชีวิต และประหารชีวิต โดยสามีของเธอเป็นหนึ่งในผู้ที่ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต อย่างไรก็ตามเธอก็ยังหวังว่าในชั้นอุทธรณ์ศาลจะมีความเมตตา ยกฟ้องเพราะนอกจากพยานซักทอดแล้วก็ไม่มีหลักฐานอื่นใดที่จะกล่าวได้ว่าสามีของเธอเป็นผู้กระทำและเธอก็เชื่อมั่นอย่างที่สุดว่าสามีของเธอไม่มีทางเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการ แบซิกล่าวว่าหลายครั้งที่ในพื้นที่ เกิดเหตุการณ์ในกรณีแบบนี้ที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ปกติโดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ แม้จะมีบ้างที่ออกหมายจับคนที่หลบหนีแต่ก็ไม่ได้พบบ่อยมาก เพราะปกติจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่มากกว่าซึ่งหลายครั้งที่คดีในลักษณะนี้จะถูกยกฟ้องเมื่อถึงชั้นอุทธรณ์ แต่ก็เพิ่งจะมีในพักหลังๆที่เริ่มจะไม่ค่อยยกฟ้องแล้ว ตลอดระยะเวลาเกือบสามปีเต็มตั้งแต่สามีถูกควบคุมตัว ภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดตกมาอยู่ที่เธอ ไม่เพียงแต่เธอต้องห่างจากสามีแต่ลูกทั้งสองคนของเธอก็ต้องฝากให้พ่อตาและแม่ยายเป็นคนดูแล ทุกเช้าก่อนที่ลูกจะตื่นนอนเธอต้องออกจากบ้านเพื่อไปรับจ้างขายของที่ตลาดได้ค่าจ้าง 150 บาท หลังจากเลิกงานที่ตลาดแล้วเธอจะกลับไปยังบ้านเช่าเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าหรือแก้ทรงตามที่ลูกค้าสั่งได้ค่าจ้าง 50 บาทบ้าง 100 บาทบ้าง จนถึงค่ำเธอจึงกลับไปยังบ้านพ่อตาแม่ยายและนั่นก็เป็นเวลาที่เธอจะได้อยู่กับลูกเธอไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับลูกเท่าไรนักและเธอบ่อยครั้งที่เมื่อลูกของเธอดื้อเธอก็ไม่อยากที่จะดุเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจลูกไปมากกว่านี้ เธอทราบว่าด้วยงานที่เธอทำอยู่ไม่สามารถที่จะให้เวลาและความอบอุ่นกับลูกทั้งสองคนได้ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าที่เธอต้องดูแล เธอต้องเก็บเงินส่วนนึงไว้เพื่อที่จะเดินทางไปเยี่ยมสามีที่เรือนจำและส่งให้สามีใช้จ่ายในเรือนจำ นี่ไม่ใช่ชีวิตของคนที่ลำบากที่สุดไม่ใช่เรื่องที่แตกต่างจากที่ไหนเป็นพิเศษหากแต่ว่าเป็นเรื่องราวปกติที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่กฎหมายพิเศษ

คำว่าความมั่นคงมีไว้ใช้สำหรับคนภายนอกพื้นที่เท่านั้นหลายครั้งที่อยู่ในพื้นที่ผมพยายามทำตัวหน้าสงสัยเวลาผ่านจุดตรวจแต่ตลอดระยะเวลาเกือบๆสองเดือนที่ต้องผ่านด่าน 3-4 ด่านทุกวันผมไม่เคยถูกเรียกตรวจเลยทั้งๆที่ผมเป็นคนแปลกหน้าในพื้นที่ตรงข้ามกับพี่น้องชาวมุสลิมที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่มาหลายปีเมื่อเทียบกับผมหรือนักท่องเที่ยวคนอื่นๆทำให้พบว่าคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้โดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมกลับไม่มีความมั่นคงเกิดขึ้นเลย ความไม่ปลอดภัยของคนในพื้นที่ ที่ต้องเผชิญอยู่ แม้เหตุการณ์ระเบิดไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆอย่างที่เป็นข่าวแต่ ความไม่ปลอดภัยที่ว่าคือกฎอัยการศึกที่ถูกประกาศใช้ในพื้นที่นี้ที่อ้างว่าทำเพื่อความมั่นคงของชาติ โดยการทำลายความมั่นคงของประชาชน ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์หรือคาดว่าจะมีเหตุการณ์ผู้ชายชาวมุสลิมโดยเฉพะผู้ที่ปฏิบัติตัวตามศาสนาเป็นอย่างดีไม่ว่าใครก็ตามก็อาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกควบคุมตัวได้มีครั้งนึงที่ผมเข้าไปในชุมชนแล้วมีคนเล่าให้ฟังว่าเคยมีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมตรวจค้นในเวลากลางคืนแล้วควบคุมตัวผู้ชายในพื้นที่นั้นไปสอบสวนอยู่หลายวันบางคนถูกปล่อยตัวบางคนก็ถูกดำเนินคดีและแม้แต่คนที่ถูกปล่อยตัวก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่มาดูตลอดหรือบางครั้งก็ถูกเชิญตัวไปก็มีในพื้นที่ปัตตนานีมีแบคนนึงที่ผมรู้จักบอกกับผมว่าระหว่างถูกสอบสวนมีการซ้อมทรมาณเกิดขึ้น เขาพูดต่ออีกว่าถ้าต้องโดนแบบนั้นอีกยอมตายดีกว่า งบประมาณจากเงินภาษีของพวกเรากว่า 3 แสนล้านบาท และชีวิตพี่น้องลูกหลานของเราถูกเอาไปทิ้งที่นั่นเพื่อทำร้ายประชาชนด้วยกันเองเพื่ออะไร ? ปลายกระบอกปืนที่หันใส่ประชาชนจะเรียกว่าทำเพื่อความสงบได้อย่างไร สามจังหวัดก็เป็นแค่พื้นที่พื้นที่นึงที่รัฐไทยถือว่าเป็นส่วนนึงของเขตแดน พื้นที่ตรงนั้นมี ทั้งคนดีและไม่ดี ผู้คนที่เป็นมิตรและไม่เป็นมิตร มีความรัก มีความโกรธ มีความเศร้า มีพ่อ แม่ ลูก มีพี่ มีน้อง มีความเป็นมนุษย์อยู่อย่างสมบูรณ์ไม่แตกต่างจากพื้นที่ไหนๆทั่วราชอาณาจักร ก็จริงที่ปัจจุบันมีข้ออ้างมากมายที่จะทำให้พื้นที่นี้แตกต่างแต่เอาเข้าจริงพวกเราทุกคนก็ล้วนแล้วแต่แตกต่างกันทั้งนั้นพื้นที่สามจังหวัดโดยพื้นฐานลึกๆแล้วก็ไม่ได้ต่างจากที่ไหนๆมีความแตกต่างของวัฒนธรรมมีประวัติศาสตร์มีความเชื่อมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเองอาจเหมือนหรือแตกต่างกับพื้นที่อื่นแต่มันก็เป็นปกติไม่มีพื้นที่ไหนในโลกที่มีความเชื่อเหมือนกันทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็น

ถ้าวันนี้รัฐสร้างเรื่องราวความขัดแย้งแบบนี้กับพื้นที่สามจังหวัดได้ทำไมจะสร้างเรื่องราวอะไรสักอย่างกับทั้งประเทศไม่ได้คงไม่เกินไปถ้าจะบอกว่าการทำลายความมั่นคงของประชาชนโดยอ้างความมั่นคงของรัฐครอบคุมไปยังพื้นที่อื่นมานานแล้วเพียงแต่ไม่ได้กระทำอย่างโจ่งแจ้งและถูกทำให้ชอบธรรมเหมือนในพื้นที่สามจังหวัดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหตุการแบบนี้ไม่เกิดขึ้นเราอาจจะเคยเห็นผ่านๆตามาบ้างกับข่าวของนักกิจกรรมหรือผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกรังแกโดยรัฐบ้างมาคุกคามที่บ้านคุกคามครอบครัวไม่ให้แสดงออกทางการเมืองบ้างถูกตั้งข้อหาและถูกดำเนินคดีบางคนถึงกับต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ บางคนก็หายตัวไปแล้วถูกพบเป็นศพ บางคนแม้แต่ศพก็ยังหาไม่พบ นี่เป็นเพียงส่วนนึงที่เกิดขึ้นถ้าเราลองติดตามดูส่วนใหญ่ก็ทำเพื่อความมั่นคง แต่นี่หรือคำว่าความมั่นคงที่รัฐมอบให้ประชาชน?นี่หรือคือสิ่งที่ประชาชนต้องเสียสละเพื่อความมั่นคง?ความมั่นคงที่ว่ามันคือความมั่นคงของใครหรือคนกลุ่มไหนกัน?ประชาชนควรมีอยู่เพื่อความมั่นคงของรัฐหรือว่ารัฐควรมีอยู่เพื่อความมั่นคงของประชาชนกันแน่?

สำหรับผมเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าความมั่นคงในแบบปัจจุบันนี้มีไว้เพื่อใครแต่คงไม่ได้มีไว้เพื่อประชาชนแบบพวกเราๆทุกคน

 

  • ก๊ะ เป็นภาษามลายู ไว้ใช้เรียกผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าผู้พูด
%d bloggers like this: