มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำพิพากษา 28 มี.ค.2562 คดีบิดามารดาผู้ตาย 4 ครอบครัว ฟ้องเรียก ค่าเสียหายจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต 4 คน เมื่อปี 2558 ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี

เผยแพร่วันที่ 26 มีนาคม 2562

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำพิพากษา 28 มี.ค.2562 คดีบิดามารดาผู้ตาย 4 ครอบครัว ฟ้องเรียก ค่าเสียหายจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต 4 คน เมื่อปี 2558 ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี

ศาลจังหวัดปัตตานีจึงได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 นาฬิกา ในคดีหมายเลขดำที่ พ.๓๙๗/๒๕๖๐ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 กรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจยิงประชาชนเสียชีวิต 4 คน ใน พื้นที่บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี โดยโจทก์ทั้งแปดเป็นบิดามารดาของผู้ตาย ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัด ปัตตานีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เรียกค่าเสียหายจาก กองทัพบก จำเลยที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 2 และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 3 ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

คดีนี้ เมื่อวันที่ 14 ถึง 17 สิงหาคม 2561 ฝ่ายโจทก์ ได้นำสืบพยานบุคคลจำนวน 12 ปาก ได้แก่ บิดามารดาผู้ตาย ทั้งสี่ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ 7 ปาก โดยบิดาของผู้ตายคนหนึ่งซึ่งเป็นโจทก์มีเหตุจำเป็นไม่อาจมาศาลได้ เพื่อนของผู้ตายทั้งสี่ และผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ 4 ปาก และอีก 1 ปาก คือประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีแต่งตั้ง

ต่อมาวันที่ 25 กันยายน 2561 โจทก์ได้นำพยานบุคคลขึ้นเบิกความต่อศาลอีก 2 ปาก ได้แก่ บิดาของผู้ตายซึ่งไม่ได้มาศาลในวันนัดครั้งที่แล้ว และเพื่อนของผู้ตายทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 26 ถึง 28 กันยายน 2561 ฝ่ายจำเลย (กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี) ได้ นำพยานขึ้นเบิกความต่อศาล จำนวน 8 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสี่เสียชีวิต 3 ปาก นายตำรวจหัวหน้าชุดปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ปาก เจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจเขม่าปืนจากศูนย์พิสูจน์ หลักฐาน 1 ปาก ผู้ประสานงานคดีของกองทัพบก 1 ปาก แพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตายทั้งสี่ 1 ปาก และพนักงาน สอบสวนสถานีตำรวจภูธรทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี 1 ปาก

เมื่อวันที่ 6 ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2562 จำเลยได้นำพยานขึ้นเบิกความต่อศาลอีกจำนวน 5 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสี่เสียชีวิตอีกจำนวน 2 ปาก นายทหารผู้บัญชาการเหตุการณ์ฝ่ายทหาร 1 ปาก เจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจดีเอ็นเอจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 ปาก และผู้ประสานงานคดีของสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ปาก

การตรวจสอบเหตุการณ์คดีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีรอง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน คณะกรรมการฯ สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2558 ได้ ระบุว่า ” ไม่ปรากฏว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน มีพฤติการณ์เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือแนวร่วมมาก่อน จะมีเพียงผู้เสียชีวิตบาง คนมีส่วนเกี่ยวข้องและเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด เสพน้ำกระท่อม ”

คณะกรรมการฯดังกล่าวระบุเพิ่มเติมด้วยว่า จากการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่และพยานบุคคลหลายคน ยืนยัน ตรงกันว่าไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน ครอบครองอาวุธ คณะกรรมการจึงเชื่อว่าอาวุธปืนของกลางไม่ใช่เป็นของผู้ตายตั้งแต่ต้น

ต่อมาแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้นได้กล่าวคำ “ขอโทษ” ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมาทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) และศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี นำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาและเห็นว่า ครอบครัวผู้ตายควรได้รับการเยียวยาเนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทำให้ครอบครัวผู้ตายทั้งสี่เป็นผู้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งอนุมัติเงินโดยจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวของผู้ตายทั้งสี่ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกอนุมัติหลังเกิด เหตุการณ์ได้ไม่นาน และครั้งที่ 2 อนุมัติเมื่อปลายปี 2561 หลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว แต่จำนวนเงินที่ครอบครัวผู้ตายได้รับ จากรัฐบาลดังกล่าวก็ยังเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องอยู่อีกมาก

โจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้ตายทั้งสี่ซึ่งได้ดำเนินคดีมาตั้งแต่ชั้นการไต่สวนการตาย จนถึงการฟ้องเรียก ค่าเสียหายในคดีนี้ รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี แล้วนั้น ยังมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมชั้นศาล ว่าจะได้รับ ความยุติธรรมในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธและไม่ได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตามที่ถูกกล่าวหา และหวังว่าคดีนี้ จะเป็นกรณีที่เป็นบรรทัดฐานให้รัฐมีการตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานโดยอาศัยกฎหมายพิเศษในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้เกิดการละเมิดต่อร่างกายและชีวิตของประชาชนคนอื่น ๆ อีกต่อไป

ขอเชิญสื่อมวลชนหรือท่านที่สนใจ ร่วมฟังคำพิพากษาศาลได้ตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น และสามารถติดตาม เรื่องราวของคดีได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=โต๊ะชูด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี โทร 081-8987408
นายปรีดา นาคผิว ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

%d bloggers like this: