มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด กรณีนายวุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์ชาวบ้าน ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในลักษณะคดีปิดปากชาวบ้าน จากการแชร์ข้อความให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์

ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียน
ต่ออัยการสูงสุด
กรณีนายวุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์ชาวบ้าน
ถูกฟ้องข้อหาห
มิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ในลักษณะคดีปิดปากชาวบ้าน
จากการแชร์ข้อความให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์

 

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กำหนดจะเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็น ต่ออัยการสูงสุดในวันที่ 30 มกราคม 2562 เวลา 11.00นาฬิกา  กรณีนายวุฒิ บุญเลิศ ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการแชร์ข้อความให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์ ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ

โดยนายวุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำงานสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรมจากการถูกนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร แจ้งความร้องทุกข์และต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.6264/2561 และมูลนิธิฯได้ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่นายวุฒิฯ  โดยมูลนิธิได้สอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าคดีที่นายวุฒิ บุญเลิศ ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการแชร์ข้อความว่า“ไร่ชัยราชพฤกษ์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ถือครองตาม มติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 30 มิถุนายน 2541รวม 100 ไร่ การตรวจสอบร้องเรียนโดยกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 อธิบดีกรมป่าไม้ (นายชลธิศ สุรัสวดี) ได้มีหนังสือรายงานการ ไร่ชัยราชพฤกษ์ มีเนื้อที่ 100 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ…และอยู่ในพื้นที่สำรวจการถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 มีนายไพโรจน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นผู้ถือครองเนื้อที่ประมาณ 73 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ต้องทวงคืนพื้นที่ แต่อธิบดีกรมป่าไม้กลับเพิกเฉยไม่สั่งการใดๆ…” การกระทำดังกล่าวของนายวุฒิ บุญเลิศ เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมเพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องปัญหาการครอบครอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ทั้งเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ จึงย่อมไม่เป็นความผิดตามที่ถูกฟ้องดำเนินคดี

ด้วยเหตุนี้ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงจะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด ตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้น ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาทบทวนการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการที่มีความเห็นสั่งฟ้องและฟ้องคดีดังกล่าว เพื่อดำเนินการให้พนักงานอัยการถอนฟ้องนายวุฒิ บุญเลิศ ต่อไป เพราะการดำเนินคดีกับนายวุฒิ บุญเลิศ นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแล้วยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่นายวุฒิ บุญเลิศ ซึ่งเป็นประชาชนและเป็นผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโดยนายวุฒิ บุญเลิศ ทำงานในเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กระทั่งได้รับรางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2559  และการฟ้องคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นลักษณะการใช้กฎหมายดำเนินคดีเพื่อสร้างความยุ่งยากให้แก่นักกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่เรียกว่าคดีปิดปาก หรือStrategic Lawsuit Against Public Participation (SLAAP) ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมที่รัฐยึดถือจนกระทั่งมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

สำหรับคดีความนั้น ในวันนี้ (28 มกราคม 2562) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรีออกนั่งพิจารณา นัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลย โดยทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอบังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม (นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร) เป็นเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ด้านจำเลยทั้งสอง (นายสมัคร ดอนนาปี และนายวุฒิ บุญเลิศ) แถลงต่อศาลประสงค์จะทำคำให้การต่อสู้คดีในส่วนแพ่งเป็นหนังสือภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน และขอเวลานำพยานหลักฐานต่าง ๆ มายื่นศาลให้ครบถ้วนก่อน ด้วยเหตุนี้ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 นาฬิกา

%d bloggers like this: