มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แถลงการณ์ : แถลงการณ์ การใช้ความรุนแรงทางอาวุธในโรงเรียน และการแขวนคอชายเจ้าของรถที่ใช้ทำระเบิดคาร์บอม ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

แถลงการณ์
การใช้ความรุนแรงทางอาวุธในโรงเรียน
และการแขวนคอชายเจ้าของรถที่ใช้ทำระเบิดคาร์บอม
ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

   เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 10 ม.ค. 2562 มีเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลประจัน เหตุเกิดที่โรงเรียนบ้านบูโกะ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเสียชีวิต 4 ราย คือ 1.อส.สุไลมาน แวอุเซ็ง 2.อส.มูฮำมัด เต๊ะเด็ง 3.อส.อับดุลเลาะ สาและ และ 4.อส.บือราเฮง จิง

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองชุดนี้กำลังปฏิบัติหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนแต่งกายชุดดำคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารพราน ทำทีเข้ามาตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่ อส.ไม่ทันระวังตัว คนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ ทำให้ อส.เสียชีวิต 4 ราย แล้วคนร้ายได้นำอาวุธปืน HK-33 จำนวน 4 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย อส.ที่เสียชีวิตหลบหนีไปด้วย

การใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตเด็กและบุคลากรทางการศึกษาเพราะได้สร้างความหวาดกลัวอย่างมาก และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในอนาคต ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก  มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอประณามการก่ออาชญากรรมการโจมตีและเข่นฆ่าดังกล่าวซึ่งเป็นการโจมตีเป้าหมายแม้จะเป็นพลรบหรือเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ ก็ตาม โดยถือว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

การกระทำของกองกำลังติดอาวุธดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และยังเป็นการละเมิดกฎหมายด้านมนุษยธรรมสากลตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งถ้ากระทำอย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง เป็นระบบ จะถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ก่ออาชญากรรมและผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้ากองกำลัง แม้ว่าจะเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actor) จะต้องรับผิดชอบถูกดำเนินคดีในศาลอาญาในประเทศหรือศาลอาญาระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อปีพ.ศ. 2555 คณะกรรมการสิทธิเด็ก (Committee on the Rights of the Child) ประจำสหประชาชาติได้ให้ข้อแนะนำกับรัฐบาลไทยเพื่อนำไปปฏิบัติโดยเน้นว่า รัฐบาลควรออกมาตรการคุ้มครองเด็กในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จากภัยทางตรงและทางอ้อมจากความรุนแรงในพื้นที่ นอกจากนี้ รัฐควรดำเนินการปกป้องพื้นที่โรงเรียนจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐและไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารและพลรบเข้ามามีบทบาทในพื้นที่โรงเรียน การใช้ความรุนแรงทางอาวุธในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีที่สำคัญต่อการคุ้มครองเด็กในพื้นที่ความขัดแย้งทางอาวุธ

  นอกจากนี้เมื่อวันที่  8 มกราคม 2562 ยังมีเหตุการณ์แขวนคอชายอายุ 61 ปี เจ้าของรถยนต์ที่ใช้ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ใกล้กับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งเป็นฐานของ ตชด.43 เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 6 นาย โดยขณะนี้มีการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นชาวบ้านจำนวนอย่างน้อย 6 ราย ในพื้นที่อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลาซึ่งไม่ใช่พื้นที่บังคับกฏอัยการศึก ปัจจุบันทั้ง 6 คนยังถูกกักตัวไว้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ตามอำนาจกฏอัยการศึก

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บและขอเรียกร้องดังนี้

  1. ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงโดยทันที และโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ทั้งในโรงเรียน สถานที่ประกอบกิจกรรมศาสนา ตลาด และชุมชนที่เป็นพื้นที่ใช้สอยของพลเรือนในพื้นที่ความขัดแย้งทางอาวุธ
  2. ขอให้ทุกฝ่ายแสวงหาทางออกของความขัดแย้งทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ชุมชน และ ระดับประเทศ โดยกระบวนการสันติวิธี ขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามนโยบายในแนวทางสันติวิธีและมีมาตรการในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกล่มอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ในระหว่างการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยนำความจริงให้ปรากฏและนำคนผิดมาลงโทษ อีกทั้งต้องขจัดเงื่อนไขการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามการก่อความไม่สงบและยึดมั่นในหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ : พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ โทร 02-1015481-2

%d bloggers like this: