มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำพิพากษา คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานให้รับสารภาพ 9ปีที่แล้ว

ฟังคำพิพากษา

เผยแพร่วันที่ 27 กันยายน  2561

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำพิพากษา คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา

กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานให้รับสารภาพ 9ปีที่แล้ว

คดีนี้สืบเนื่องจากนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจำเลย ว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น บัดนี้ได้นำสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว

โดยประเด็นสำคัญในการสืบพยานโจทก์และจำเลยในชั้นศาล นายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีได้นำประเด็นข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ถึงเรื่องที่ตนได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายโดยวิธีทรมานให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ โดยได้นำสืบพยานซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ในประเด็นผลการตรวจและรักษาแผลที่เกิดขึ้นว่ามีร่องลอยบาดแผลเกิดขึ้นจริง และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุทั้งบุคคลที่ถูกคุมตัวมาที่สถานีตำรวจด้วยกันแต่อยู่นอกห้องที่โจทก์โดนซักถามและได้ยินโจทก์ร้อง โอยๆ เหมือนคนเจ็บปวด และพยานบุคคลที่นายฤทธิรงค์โจทก์ในคดีนี้ได้ช่วยเหลือขณะถูกควบคุมตัวอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพยานอีกคนหนึ่งที่เคยให้การในชั้น ป.ป.ท. ว่าได้อยู่ในวันเกิดเหตุด้วยนั้นแต่เป็นคำให้การเท็จจึงมาเบิกความในชั้นศาลว่าตนไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุดังกล่าว

ส่วนจำเลยในคดีทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท ที่นายฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่าร่วมกันซ้อมทรมานได้นำพยานบุคคลที่ตนอ้างว่าเป็นบุคคลภายนอกได้อยู่ร่วมด้วยห้องทำงานในขณะซักถามโจทก์ในวันเกิดเหตุมาเบิกความเพื่อกล่าวอ้างว่าไม่มีการทรมานนายฤทธิรงค์จริง

นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ฯ กล่าวถึงความรู้สึกในวันนัดฟังคำพิพากษาครั้งนี้ว่า “เรายังมีความคาดหวังจึงได้มาฟ้องคดีต่อศาลยุตธรรมใช้เวลากว่า 9 ปี และคิดว่าคดีนี้หลักฐานพิสูจน์ได้ว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายจริงตอนเขาอายุแค่19ปี เรียนอยู่มัธยม6 แต่ก็ได้เผื่อใจไว้เพราะเราเป็นประชาชนธรรมดาและต่อมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมกับคู่กรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เราอยากให้ความจริงปรากฏแต่ถึงอย่างไรหากคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่เป็นตามหวังก็ต้องต่อสู้กันจนถึงชั้นศาลฎีกา เพราะเราก็ต้องสู้เพื่อลูกของเราและเพื่อสิทธิมนุษยชนของเราทุกคน เพราะไม่รู้ว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดกับคุณเมื่อไร”

ทั้งนี้ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 กันยายน 2561 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี

สำหรับสื่อมวลชนหรือผู้ที่สนใจคดีดังกล่าวสามารถเข้าร่วมรับฟังการคำพิพากษาคดีได้ตามวันเวลาข้างต้นและสามารถติดตามเรื่องราวของคดีนี้ได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=ฤทธิรงค์

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

          นายปรีดา นาคผิว                   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม          โทร 098-6222474

%d bloggers like this: