สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงกังวล เกี่ยวกับคดีผู้ลี้ภัยกลุ่มชาติพันธุ์มงเทนยาด (Montagnards) จากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและกัมพูชา

13

ใบแจ้งข่าว

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงกังวล

เกี่ยวกับคดีผู้ลี้ภัยกลุ่มชาติพันธุ์มงเทนยาด (Montagnards) จากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและกัมพูชา

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ส่งหนังสือที่ สนส.   48/2561 ถึงศาลแขวงนนทบุรี สำนักงานศาลยุติธรรมเรื่องขอแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับคดีผู้ลี้ภัยกลุ่มชาติพันธุ์มงเทนยาด (Montagnards) จากสาธารณรัฐสังคมนิยมวียดนามและกัมพูชา     สืบเนื่องจากสมาชิกของสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้รับการติดต่อจากองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ถูกจับกุมดำเนินคดี  และฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงนนทบุรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561     ที่ผ่านมา  โดยกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวมงเทนยาดที่ลี้ภัยประหัตประหาร การเลือกปฏิบัติและการกดขี่มาจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและกัมพูชา เพื่อแสวงหาที่ลี้ภัยต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สำนักงานประจำประเทศไทย  ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว  บางส่วนได้รับการรับรองจาก UNHCR และมีบัตรประจำตัวที่ออกโดย UNHCR  และบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของ UNHCR

สมาคมฯ ทราบจากทนายความซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมฯ ว่าในการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีดังกล่าวข้างต้นในครั้งแรก ไม่มีการจัดหาล่ามให้จำเลย แต่ต่อมาได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยใช้ล่ามแปลภาษาที่องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือจัดหาไปให้  ทำให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย  ซึ่งถือได้ว่าเป็นการคำนึงถึงสิทธิของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13  และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 14.3 (ฉ)

อย่างไรก็ตาม  สมาคมฯ ทราบว่ายังมีคดีของกลุ่มผู้ลี้ภัยที่กำลังจะถูกฟ้องเป็นคดีต่อศาลนี้อีกจำนวนมากจึงมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความเพียงพอของล่ามแปลภาษาซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม  ไม่ว่าจะเป็นผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  หรือเป็นชาวต่างชาติซึ่งเป็นนักลงทุนที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม  ย่อมต้องได้รับสิทธิดังกล่าวโดยเสมอหน้ากัน

นอกจากนี้  สมาคมฯ ขอเรียนต่อท่านว่าปัญหาผู้ลี้ภัย เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนอย่างมากและเป็นคนละกลุ่มกับแรงงานข้ามชาติ  ทั้งนี้  อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494  นิยามสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า หมายถึงบุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหาร หรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติสมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง  กล่าวโดยสรุปคือหากกลุ่มคนเหล่านี้สามารถอยู่ในประเทศของตนเองได้ก็จะไม่ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองและออกเดินทางมายังประเทศอื่นเพื่อขอลี้ภัย แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย แต่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่จะต้องปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นอย่างผู้ลี้ภัยและไม่ส่งกลับไปเผชิญกับภัยประหัตประหารหรือการกดขี่ (non-refoulement) และนำหลักการตามอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494  มาประกอบการดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดี โดยให้ความสำคัญและคำนึงความซับซ้อนของปัญหาผู้ลี้ภัย

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนและสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to a fair trial)  โดยไม่เลือกปฏิบัติ  มีสมาชิกเป็นนักกฎหมายและทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในทุกภาค ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  ทนายรัษฎา มนูรัษฎา อุปนายกสมาคมฯ 081 439 4938

 

%d bloggers like this: