มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว: ศาลอาญารัชดานัดพิจารณาคดีเยาวชนจากนราธิวาส 14 คนข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรและมีอาวุธผิดกฎหมาย วันที่ 17กค. และ 31 กค.2561, 1-2-3 สิงหาคม2561

ความคืบหน้า

วันที่17 กค. 2561 พนักงานอัยการได้นำพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนสวนจากกองปราบให้การเป็นปากสุดท้ายของพยานฝ่ายโจทก์ โดยทีมทนายความได้ขอเลื่อนการซักค้านไปเป็นนัดวันที่ 31กรกฎาคม 2561 เนื่องจากทนายจำเลยที่ 1, 2 และ 7 ไม่มาศาลด้วยเหตุสุดวิสัย ศาลอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นวันที่ 31 กค. 2561 ตามที่นัดไว้เดิมต่อเนื่องไปวันที่ 1,2 และ3 สิงหาคม 2561 ขอให้ยกเลิกนัดหมายวันที่ 18-19-20 กค.

Update:

The prosecutor presented a final witness who is the main police investigator to testify in the court today. Due to circumstance, the lawyer of defendants no. 1, 2 and 7 was absent, the court allowed the hearing to be postponed to 31 July and continued on 1,2,3 Aug 2018.

Therefore the hearing on 18,19 and 20 July its cancel.

 

ภาพจาก ประชาไท

คดีอาญา หมายเลขดำที่ 561/2560

สังเกตการณ์คดีเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องการทรมาน ในกรณีสามจังหวัดชายแดนใต้

จำเลย: เยาวชน14 คนที่เดินทางมาทำงานในกรุงเทพจากจังหวัดชายแดนใต้ ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของอั้งยี่ซ่องโจรและมีระเบิดอาวุธผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง โดยระบุในคำฟ้อง ว่านายตาลมีซี หรือซี โตะตาหยง กับพวกรวม 14 คน เป็นจำเลยฐานความผิด “ร่วมกันอั้งยี่ ร่วมกันซ่องโจร มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 209, 210 และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 55, 78

วันนัดสืบพยาน กรกฎาคม 2561

สืบพยานโจทก์:  นัดสุดท้าย วันที่17 กรกฎาคม2561  เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวน

สืบพยานจำเลย: เริ่มสืบนัดแรกวันที่18 กรกฎาคม 2561 เป็นการสืบจำเลยทั้ง13 คนเป็นนัดแรก ติดต่อกันในวันที่ 18-20 กค. และวันที่ 31 กค. -3 สค.2561

ศาลอาญา รัชดา ห้อง 808 ในวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2561 ระหว่างเวลา 9.00-16.00 น. จะมีการไต่สวนจำเลยที่ 1 ตามมาด้วยจำเลยอีก 12 คน โดยเยาวชนทั้ง 14 คนซึ่งเป็นคนจังหวัดนราธิวาส ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของอั้งยี่ซ่องโจรและมีระเบิดอาวุธผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง จำเลยทั้ง 13 คนมีกำหนดให้ปากคำเกี่ยวกับสภาพการควบคุมตัวและข้ออ้างว่ามีการทรมานระหว่างถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 ที่กรุงเทพฯ

ความเป็นมาของคดี

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 ตำรวจสนธิกำลังกับทหารได้บุกเข้าไปตรวจค้นหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และชานเมือง ตามรายงานข่าวว่ามีการเตรียมแผนการวางระเบิด และได้จับกุมชาวมุสลิมเชื้อสายมาลายูอย่างน้อย 50 คนประกอบด้วยชาย 42 คนและหญิงแปดคน เกือบทั้งหมดเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงและเยาวชนจากจังหวัดชายแดนใต้ที่เดินทางมาทำงานที่กรุงเทพ  ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการใช้อำนาจตามคำสั่งของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ประกาศใช้ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

พวกเขาเป็นใคร?

นักศึกษาและคนงานที่ถูกจับส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 30 ปีเศษ พวกเขาได้รับการปล่อยตัวหลังถูกจับไม่นาน แต่มีอย่างน้อย 13 คนที่ถูกควบคุมตัวต่อ รวมทั้งแปดคนที่ถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 และอีกหกคนที่สถานีตำรวจหัวหมากในช่วงที่จับกุม

ผู้ถูกควบคุมตัวสิบสามคนนี้มาจากอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส หลายคนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ปัญหาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ซึ่งมีผลมาจากราคายางตกต่ำอย่างหนักจนผลักดันให้พวกเขาต้องมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ต้องทำงานเป็นลูกจ้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

หลังการจับกุม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้ความช่วยเหลือและเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขา  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ. บต.) สนับสนุนการเดินทางของครอบครัวให้มาเยี่ยมนักศึกษาและเยาวชนซึ่งถูกจับที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี ไม่มีการอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัว

ต่อมามีการส่งตัวบุคคลเหล่านี้ไปควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และที่หน่วยเฉพาะกิจ 46 จังหวัดนราธิวาส หลังถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกอีกเป็นเวลาเจ็ดวัน พวกเขาทุกคนได้รับการปล่อยตัว

อีกประมาณหนึ่งเดือนต่อมา ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ปี 2559 เจ้าหน้าที่ทหารในจังหวัดชายแดนใต้ได้ควบคุมตัวเยาวชนทั้ง 14 คนอีกครั้งโดยบางส่วนเป็นการมามอบตัว  หลังจากศาลอาญาเห็นชอบให้ออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงเป็นคดีที่ศาลอาญา กรุงเทพฯ [คดีอาญา หมายเลขดำที่ 561/2560]

พวกเขาจึงถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาหนึ่งปีกับแปดเดือน ทางครอบครัวไม่สามารถประกันตัวพวกเขาออกมาได้ เนื่องจากศาลกำหนดวงเงินประกันไว้สูงมาก ทนายความยังมีความเห็นว่าศาลไม่มักจะไม่ให้ประกันตัวบุคคลในคดีความมั่นคง ที่ผ่านมามูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมที่กรุงเทพฯ ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับจำเลยโดยไม่คิดมูลค่า

 

http://englishnews.thaipbs.or.th/10-suspects-apprehended-predawn-raids-hua-mark-ramkhamhaeng/

https://www.chiangraitimes.com/thai-authorities-conduct-massive-raids-following-bomb-alert.html

https://voicefromthais.wordpress.com/2016/10/19/call-for-release-five-individuals-from-arbitrary-detention-immediately-regarding-the-car-bomb-raid-of-people-from-the-southern-border-provinces-who-live-in-bangkok-and-their-further-detention-in-pat/

ข่าวภาษาไทย

https://prachatai.com/journal/2017/04/70904

http://www.mtoday.co.th/13013

https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/50907-boodoo.html

https://voicefromthais.wordpress.com/2016/10/18/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%B8/

ข้อมูลเพิ่มเติม

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม: พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ โทร 0639751757 (ไทย-อังกฤษ)

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม  นูรซีกิน ยูโซ๊ะ โทร 099 6296077 (มาลายู-ไทย-อังกฤษ)

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม สิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ โทร 089873 1626

%d bloggers like this: