สามแถลงการณ์ กรณีสี่ปีการหายตัวไปของนายพอละจี (บิลลี่) รักจงเจริญ (3 Statements: 4 years disapperance of Billy Eng-Thai)

  1. แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่ลแนล

เนื่องในวาระครบรอบ 4 ปี การถูกบังคับให้สูญหายของพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังถูกควบคุมตัวในวันเดียวกันโดยเจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งระบุว่าควบคุมตัวบิลลี่ไว้เนื่องจาก “การมีไว้ในครอบครองซึ่งน้ำผึ้งป่าอย่างผิดกฎหมาย” แต่ได้ปล่อยตัวบิลลี่ไปในวันเดียวกันนั้น อย่างไรก็ตาม มีพยานหลักฐานซึ่งสนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่า บิลลี่ตกเป็นเหยื่อการบังคับบุคคลให้สูญหายและการสูญหายโดยไม่สมัครใจ ซึ่งนับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง และเป็นอาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลออกแถลงการณ์เรียกร้องอีกครั้งให้ทางการไทยทำการสอบสวนการหายตัวไปของบิลลี่อย่างเป็นอิสระ เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และเยียวยาครอบครัวของเขาและผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวมทั้งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อ่านเพิ่มเติม

https://www.amnesty.or.th/latest/news/115/

 

2) แถลงการณ์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  Statement by The UN Human Rights Office for South-East Asia

ENGLISH VERSION BELOW

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความกังวลต่อความไม่คืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนหลังจากที่ นายพอละจี รักษ์จงเจริญ หรือบิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงได้ถูกบังคับให้สูญหายเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว

มีผู้พบเห็นบิลลี่ครั้งสุดท้ายระหว่างการโดนจับกุมโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในวันที่ 17 เมษายน 2557 ภายใต้ข้อกล่าวหาว่ามีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครองอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีใครทราบว่าชะตากรรมของบิลลี่เป็นอย่างไรและตอนนี้อยู่ที่ไหนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา บิลลี่ได้รณรงค์และเป็นตัวแทนชุมชนของเขาในการเรียกร้องความยุติธรรม หลังจากการเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกะเหรี่ยงโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ในปี 2553 และปี 2554

ในปี 2558 นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่ ทำหนังสือให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษใช้เวลากว่าสองปีที่จะประกาศว่านางสาวพิณนภาไม่สามารถยื่นเรื่องได้เนื่องจากเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาตามกฎหมายของบิลลี่ กรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวย้ำว่าการสืบสวนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อพบศพของบิลลี่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมายของประเทศไทย ที่การบังคับให้บุคคลสูญหายยังไม่เป็นความผิดทางอาญา

การสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ คนดังกล่าว ได้ถูกส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐตั้งแต่ปี 2557 โดยยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม “การหายตัวของบิลลี่ยังคงเป็นคดีที่สำคัญของประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงข้อท้าทายที่เหยื่อของการบังคับให้สูญหายต้องเผชิญ โดยเฉพาะการขาดความโปร่งใสในกระบวนการสืบสวนสอบสวน” ซินเธีย เวลิโก ผู้แทน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “การหายตัวไปของบิลลี่ได้สร้างสภาวะความกลัวและแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆ โดยเฉพาะบุคคลที่ทำงานประเด็นสิทธิที่ดิน สิทธิชุมชน และสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ”

ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยังได้เรียกร้องต่อรัฐบาลไทยหลายครั้งให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องในการสืบสวนสอบสวนชะตากรรมและสถานะของเผยื่อการบังคับให้สูญหาย เพื่อที่จะพิสูจน์ความจริงและนำผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

สำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนฯ เรียกร้องรัฐบาลไทยในฐานะที่เป็นรัฐภาคีกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และลงนามกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ จัดสรรทรัพยากรบุคคลและทางการเงินให้เพียงพอ และเสริมสร้างความพยายามในการสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใสและละเอียดรอบด้านในคดีบิลลี่ และคดีอื่นๆ ที่ยังไม่ได้คลี่คลายอีกด้วย

******

The UN Human Rights Office for South-East Asia is concerned with the lack of progress on the investigation of the enforced disappearance of prominent Karen human rights defender Mr Pholachi “Billy” Rakchongcharoen who has been missing for four years.

Billy was last seen when he was arrested by Kaengkrachan Park officials on 17 April 2014 for allegedly possessing illegal bottles of wild honey. His fate and whereabouts remain unknown. Billy had been campaigning on behalf his community for justice after the homes and properties of Karen villagers were burnt down by park officials in 2010 and 2011.
In 2015, Ms Pinnapa Prueksaphan, the wife of Billy, submitted a petition to the Department of Special Investigation (DSI) to take up his case. It was two years before DSI announced in 2017 that she could not petition the Department on grounds that she was not legally married to Billy. DSI also stated that the investigation could only proceed if his body is found, thus highlighting the legal loophole in Thailand as enforced disappearance is yet to be criminalised.

The investigation against the concerned park official has been pending with the Public Sector Anti-Corruption Commission since 2014 with no concrete developments in the case. “The disappearance of Billy remains an emblematic case in Thailand as it highlights the myriad of challenges faced by victims of enforced disappearances, notably the lack of transparency in the investigative process”, said Cynthia Veliko, Regional Representative of the UN Human Rights Office. “His disappearance has also served to create a climate of fear and to underscore the risk for other human rights defenders, particularly those working on land and community rights as well as those defending the rights of indigenous peoples across the country.”

The UN High Commissioner for Human Rights has repeatedly urged the Royal Thai Government to take decisive and sustained action to investigate the whereabouts of those who have disappeared so as to establish the truth and to bring perpetrators to justice. The UN Human Rights Office for South-East Asia urges Thailand, as a State Party to the International Covenant on Civil and Political Rights and signatory to the International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance, to allocate sufficient human and financial resources and to strengthen its efforts to undertake a transparent and thorough investigation into Billy’s case as well as all those that remain unresolved.

3) ICJ statement

Thailand: at fourth anniversary of enforced disappearance of “Billy”, still no resolution

On the fourth anniversary of the apparent enforced disappearance of Karen activist, “Billy,” the ICJ repeats its calls for the Department of Special Investigations (DSI) to assume responsibility for effectively investigating the case.

To date no progress has been made to establish the fate of Billy and the DSI has declined to take up the matter.

See more at

Thailand: at fourth anniversary of enforced disappearance of “Billy”, still no resolution

Click to access Thailand-Billy-disappearance-4th-year-News-web-story-2018-ENG.pdf

แถลงการณ์ ICJ: ยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆในวันครบรอบ 4 ปี ที่“บิลลี่”ถูกบังคับให้สูญหาย 16 เมษายน พ.ศ. 2561

 

 

%d bloggers like this: