ใบแจ้งข่าว: นัดสืบพยาน กรณีนายมะกอเซ็ง อายุ 15 ปี  ถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2555

21930889_10210321766544084_943753008_o

เผยแพร่วันที่  22 กันยายน 2560

ใบแจ้งข่าว

ศาลนัดสืบพยาน หลังคู่ความเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้วตกลงกันไม่ได้คดีมารดาผู้ตาย ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี
กรณีนายมะกอเซ็ง เยาวชนอายุ 15 ปี
ถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2555

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ศาลจังหวัดยะลานัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 คดีนางสาวคอรีเยาะ มะมิง  เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดยะลา เรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก จำเลยที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่กระทำละเมิดต่อชีวิตนายมะกอเซ็ง ลาแซ บุตรชายอายุเพียง 15 ปี ของนางสาวคอรีเยาะ โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ใช้อาวุธปืนยิงนายมะกอเซ็ง จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 ที่บริเวณสวนยางพาราหลังบ้านพักอาศัยของครอบครัวผู้ตาย ตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560เป็นวันไกล่เกลี่ยครั้งแรก โจทก์ได้เสนอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อให้คดียุติในชั้นไกล่เกลี่ย เป็นค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย  รวมเป็นเงินจำนวน 5,955,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่โจทก์ยื่นฟ้อง นายทหารพระธรรมนูญผู้แทนจำเลยที่ 1 และพนักงานอัยการทนายความจำเลยทั้งสอง รับข้อเรียกร้องดังกล่าวของโจทก์ไปเสนอต่อผู้บังคับบัญชาหน่วยงานของจำเลยทั้งสอง

ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 เพื่อฟังผลการพิจารณาข้อเสนอของโจทก์จากจำเลยทั้งสอง แต่กลับปรากฎว่า กองทัพบก จำเลยที่ 1 มีหนังสือชี้แจงต่อโจทก์ว่าค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ได้เสนอนั้นสูงเกินไป จึงไม่ตกลงตามที่โจทก์เสนอ ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 ไม่ได้มีหนังสือหรือชี้แจงใดๆ ด้วยเหตุนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายจึงไม่อาจตกลงกันได้

หลังจากทำการไกล่เกลี่ยดังกล่าว ศาลจังหวัดยะลาจึงได้ชี้สองสถาน พร้อมทั้งกำหนดวันนัดสืบพยาน ซึ่งฝ่ายโจทก์แถลงประสงค์สืบพยานจำนวน 4 ปาก ฝ่ายจำเลยทั้งสองประสงค์จะสืบพยานจำนวน 5 ปาก ศาลจึงกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์2561 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 น.

นางสาวคอรีเยาะมารดาของนายมะกอเซ็ง(ผู้ตาย) ซึ่งเป็นโจทก์ ระบุว่า ชีวิตของลูกชายตนมีคุณค่ามากกว่าจำนวนเงินที่ฟ้องร้องอย่างไม่อาจเทียบกันได้  ทุกครั้งที่มาศาล ทำตนรู้สึกเศร้าใจและคิดถึงลูกชายมาก เพราะทำให้หวนคิดไปถึงวันเกิดเหตุเสมอว่า หากวันนั้นลูกชายของตนไม่ได้รับมอบหมายให้อยู่ดูแลบ้านและเก็บยางพาราที่ได้กรีดไว้

โดยที่ตนกลับไปเยี่ยมภูมิลำเนาเดิมในช่วงวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ลูกก็จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต และยืนยันว่าลูกของตนไม่เคยเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบใด ๆ ตามที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่กล่าวหาทั้งสิ้น  เมื่อศาลไกล่เกลี่ยเพื่อให้คดีนี้ยุติได้เร็วและตนได้ยอมลดจำนวนเงินที่เรียกร้องลงมากแล้ว แต่หน่วยงานของรัฐที่เป็นจำเลยก็ไม่ตกลงด้วยเช่นนี้ ตนจึงติดใจเรียกร้องเต็มจำนวนตามที่ฟ้องแต่แรกและพร้อมดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ลูกชายของตนต่อไป ไม่ว่าจะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม  ซึ่งหากนับเวลาตั้งแต่ที่เริ่มต้นฟ้องคดีมาก็เป็นเวลานานหลายปีมากแล้ว

ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้นและติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาของคดีได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=มะกอเซ็ง+ลาแซ

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายปรีดา นาคผิว                    ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

นางสาวสุภาวดี สายวารี             ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดยะลา โทร084-1950372

%d bloggers like this: