ผมถ่ายภาพนี้ไว้ ภาพอันวาร์, วรพจน์ พันธุ์พงศ์

15940548_386152628389612_2530935776510941596_n

ผมถ่ายภาพนี้ไว้ ภาพอันวาร์
เมื่อคราวลงไปเป็นพี่เลี้ยง แชร์ประสบการณ์ด้านการอ่านการเขียน
กับคนหนุ่มสาวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อราวสักห้าหกปีก่อน
อย่างที่รู้ ไม่นานผู้ชายในภาพก็ถูกจับขัง
.
ผมเคยเขียนความเรียงถึงเขาและคนรักของเขา –รอมือละห์
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร IMAGE
และภายหลังรวมเล่มไว้ในหนังสือ ‘แด่บัณฑิต’ มีความบางตอนดังนี้
.
อันวาร์ถูกจับปี 2548 ครั้งนั้นเขาสิ้นอิสรภาพอยู่หนึ่งปีสองเดือน ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาสู้คดี และวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 เขาถูกสวมกุญแจมือ
ส่งเข้าแดนตะรางอีกครั้ง
เมื่อศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มบีอาร์เอ็น
.
รอมือละห์ใช้คำซ้ำๆ ที่ผมได้ยินจนชินบนแผ่นดินแห่งนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของพระเจ้า
เป็นบททดสอบ เป็นภารกิจที่ต้องกระทำให้บรรลุ
“อาจเป็นบัญชาของพระเจ้า ให้มาดูแลอันวาร์ เพราะถ้าไม่เคยเรียนรู้ ไม่เคยติดตามเคสความรุนแรงหรือปัญหาสามจังหวัดมาก่อน เราอาจทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะยืนอยู่ได้ยังไง ทุกอย่างมันมืดมาก รวดเร็วมาก ไม่คิดเลยว่าจะผลการตัดสินจะออกมาแบบนี้”
.
จากห้องขัง ช่วงเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา อันวาร์ทำงานสื่อ ‘บุหงารายานิวส์’
เคยเข้ามาอบรมการทำสื่อในเครือเนชั่น ผ่านการเข้าคอร์สอบรมการเขียน
เคยเดินทางไปอินเดีย กัมพูชา ในนามของสื่อมลายูของจังหวัดชายแดนใต้
ใช่, เขาปรากฏตัวในที่แจ้งตลอด
และไม่ปรากฏพฤติกรรมใดอันชวนให้เชื่อว่าจะหลบหนี
เขาเปิดเผย เขามั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องหลุด
“แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ มันไม่ชัวร์หรอก” รอมือละห์บอกเล่าว่าคืนนั้นอันวาร์เผื่อใจไว้บ้างเหมือนกัน และเช้ามาก็อย่างที่รู้ คำตัดสินสั้นๆ ส่งผลให้คนรักของเธอกลับเข้าห้องขังอีกครั้งและหนนี้โทษหนักถึง 12 ปี
หนักและมืดหม่นมากๆ เพราะคำว่า ‘ฎีกา’ หมายถึงเป็นอันยุติ
ต่อรอง ต่อสู้ในทางกฎหมายไม่ได้อีก
.
สู้ในทางกฎหมายไม่ได้ รอมือละห์และกลุ่มเพื่อนอันวาร์ยังยืนหยัดต่อสู้ด้วยความจริง ด้วยข้อมูล ด้วยการสื่อสาร โดยเฉพาะในโซเซียลมีเดีย ทุกครั้งที่เธอไปพบสามี เธอจะนำข่าวสารจากห้องขังมาแจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊ก save anwar และในบทบาทของนักสื่อสารมวลชน บางครั้งเขาส่งภาพวาดและบทกวีจากโลกหลังกำแพง เพื่อบอกเล่าถึงโลกและผู้คนนอกกำแพง
.
“บางคนอายที่ติดคุก อายที่มีคดี หรือเป็นนักโทษ เราไม่คิดแบบนั้น เรามั่นใจในความบริสุทธิ์ของเราและจะบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างต่อสังคม เปิดไปเลย เราคุยกันแล้วว่าจะเลือกการเผชิญหน้า คนอื่นยิ่งรู้ สังคมยิ่งรู้ ก็ยิ่งดี เพราะจะได้ช่วยกันตรวจสอบว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริงไหม เรื่องที่เกิดขึ้นไม่น่าอาย มันเกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นแล้ว และเราต้องต่อสู้”
กฎหมายอันสูงส่งศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ไหม ไม่มีใครรู้
สิ่งที่รู้ การต่อสู้ของเธออธิบายว่าความรักมีพลัง
…..
…..
ภาพที่ผมถ่ายอันวาร์ ภายหลังถูกส่งไปลง ‘สานแสงอรุณ’
ภาพและบทกวี ที่เซ็งบัดซบกับวิธีแก้ปัญหาของรัฐไทย
นานๆ หน ได้คุยกับรอมือละห์บ้าง
อยากให้เธอเข้มแข็งเหมือนที่เคยเข้มแข็ง
อยากได้ยินว่าคนรักของเธอยังปลอดภัย
ปีผ่านปี ปีผ่านปี
.
ออกจากป่า คืนสู่เมือง ผมได้รับรู้ข่าวสารว่า
อันวาร์ได้รับอิสรภาพแล้ว
ผมยินดีกับเขา และคนรักของเขา
เลี่ยนๆ กับข้อเขียนตัวเองในบางวรรค– วรรคนี้–
–การต่อสู้ของเธออธิบายว่าความรักมีพลัง–
ใครก็รู้ว่าความรักมีพลัง เรื่องนี้ไม่ต้องพูดหรอกน่า มันน่าเบื่อ
เราควรพุ่งประเด็นไปที่กระบวนการยุติธรรมมากกว่า
.
อันวาร์ออกมา มันน่ายินดีแน่ๆ
แต่ยังมีใครอีกกี่คน กี่คดี กี่ความป่าเถื่อน อยุติธรรม
ที่ยังไม่ถูกพูดถึง ไม่ถูกแก้ไข อย่างอารยะ ?
ปีผ่านปี ปีผ่านปี คุณอยู่อย่างไรกันบ้างไม่รู้ ในบ้านเมืองนี้
หวังว่าจะปลอดภัยและก้าวผ่านมันไปได้ครับ

%d bloggers like this: