เมื่อเวลาประมาณ 11.30 นาฬิกาของวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมโดยตำรวจส่วนหน้าแต่งกายนอกเครื่องแบบ จำนวน 8 นาย เข้าทำการจับกุมนางสาวนริศราวัลณ์ แก้วนพรัตน์ ที่ทำงานอยู่ที่สำนักงานราชการแห่งหนึ่งย่านมะกะสัน โดยแสดงหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์  แจ้งความโดยร้อยโทภูริ เพิกโสภณ  ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 จากกรณีมีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน พลทหารวิเชียร เผือกสม น้าชาย โดยนางสาวนริศราวัลย์ไม่เคยได้รับหมายเรียกที่ตำรวจอ้างว่ามีการส่งมาให้ถึงสองครั้งก่อนที่ทาง ส.ภ.อ. เมือง นราธิวาสจะออกหมายจับเมื่อ จนเป็นเหตุให้มีการติดตามจับกุมจากตำรวจของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 26 กรกฎาคมดังกล่าว

ขั้นตอนการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แสดงตน และหมายจับแล้วจึงได้นำตัวนางสาวนริศราวัลย์ แก้วนพรัตน์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน. มักกะสัน และนำตัวส่ง สน. นราธิวาส โดยนางสาวนริศราวัลย์ แก้วนพรัตน์ โดยมีทนายความจากศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือ และต่อมาเดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่จาก มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนาย จากสนามบินดอนเมืองเวลา 20.05 นาฬิกา ลงสนามบินหาดใหญ่ และหลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่จาก สภ. เมืองนราธิวาสมารับตัวต่อไป สภ. เมืองนราธิวาสในวันเดียวกัน โดยเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2559  นางสาวนริศราวัลย์ และผู้ติดตามจาก มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รวมทั้งตำรวจชุดจับกุมสองนายได้เดินทางมาถึง สภ. เมืองนราธิวาส และได้รับทราบข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทาง มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือคดีต่อญาติของ พลทหารวิเชียร เผือกสม มานับแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อปี 2554 โดยเป็นทนายความของญาติในคดีไต่สวนการตาย และคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายทางละเมิดจากหน่วยงานต้นสังกัด จนได้รับการเยียวยาเป็นจำนวนเงินที่ผู้เสียหาย ส่วนในคดีแพ่งได้มีการส่งสำนวนการสอบสวนให้กับสำนักงานปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อชี้มูลความผิดต่อเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 10 นาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ท. แม้จะมีระยะเวลานานแต่ทางญาติก็ยังมีความหวังกับความเป็นธรรมที่รอคอยเกือบ 5 ปี

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่า การจับกุมและดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้จะดำเนินถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายแต่มิได้คำนึงถึงความปลอดภัยและชื่อเสียงของนางสาวนริศราวัลย์ แต่การฟ้องร้องคดีดังกล่าวเป็นการดำเนินการเป็นคดีส่วนตัว ทางฝ่ายราชการควรดำเนินการให้รอบคอบและปกป้องสิทธิของประชาชนรวมทั้งอำนวยความเป็นธรรมต่อญาติของผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายของการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไปพร้อมๆ กันด้วย

“การฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ต้องไม่เป็นเครื่องมือของผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรมาน ในกรณีนี้นางสาวนริศราวัลย์เป็นญาติผู้เสียหาย ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม และใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นได้ตามสมควร การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต้องมีความเป็นธรรม และไม่ส่งเสริมให้มีการใช้สิทธิกฎหมาย และสิทธิทางศาลในทางการกลั่นแกล้งประชาชน” สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมกล่าว

ประวัติชีวิตของพลทหารวิเชียร เผือกสม ได้เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรีพุทธศาสตร์บัณฑิต (พธ.บ.) คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มีผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้สำเร็จระดับปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลการเรียนดีเยี่ยม ภายหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาโท ได้แสดงเจตจำนงในการเข้ารับราชการทหารโดยลาสิกขาบท แล้วสมัครเข้ารับราชการทหารโดยไม่ได้แจ้งให้ทางบ้านได้รับทราบ ญาติได้รับทราบ และได้ติดตามไปพบพลทหารวิเชียร ที่โรงพยาบาลก็เป็นเวลาที่สายไป  โดยนางสาวนริศราวัลถ์ เป็นตัวแทนของญาติติดตามทวงถามความเป็นธรรมต่อหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจกลายเป็นคดีโด่งดัง จนนางสาวนริศราวัลถ์เอง ก็ได้รับรางวัลนักปกป้องสิทธิมนุษยชนสาขาเยาวชนหญิงในปี 2554  และรางวัลชมเชยนักศึกษาดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 2555