[:th]CrCF Logo[:]

ภาณุพงศ์ สิงหรา ขึ้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ตนเองฟ้องเหยื่อถูกซ้อมทรมาน นายซูดีรือมัน มาเละ ข้อหาแจ้งความเท็จ

Share

วันที่ 18 มิถุนายน และวันที่ 25 มิถุนายน 2555 ที่ศาลอาญา รัชดา กรุงเทพ ห้องพิจารณา 804 นัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีระหว่างโจทก์ พลตำรวจโทภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา และนายซูดีรือมัน มาเละ ตามมาตรา 173 และมาตรา 174 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญาข้อหาแจ้งความเท็จเวลา ๙.๐๐ น. โดยมีตัวแทนจากสภาทนายความและ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเป็นทนายความ

มูลเหตุในคดีดังกล่าวเนื่องจากนายซูดีรือมันกับพวก ได้ถูกจับกุม และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็งในปี 2547 ภายหลังได้มีการร้องเรียนว่าเกิดการซ้อมทรมานผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพซึ่งมีพลตำรวจโทภาณุพงศ์เป็นหนึ่งในรายชื่อพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว โดยนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความของนายซูดีรือมัน ได้ออกมาเรียกร้องถึงความเป็นธรรมแก่ลูกความของตนได้ถูกบังคับให้สูญหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนมีนาคม 2547

ต่อมาปี 2553 พลตำรวจโทภานุพงศ์ ได้ฟ้องคดีอาญานายซูดีรือมัน มาเละต่อศาลอาญาด้วยข้อหาแจ้งความเท็จ และเดิมศาลชั้นต้นได้งดการไต่สวนในชั้นไต่สวนมูลฟ้องด้วยเหตุว่าคดีที่มีการร้องเรียนว่ามีการทรมานนั้น เป็นการร้องเรียนตามกฎหมายคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่แน่ชัดว่าข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นเท็จ ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้รับฟ้องไว้พิจารณา คดีจึงกลับมาสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นอีกครั้งเมื่อปี 2555

สำหรับคดีที่ร้องเรียนว่ามีการทรมานเกิดขึ้นนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นดคีพิเศษ และได้ทำการสอบสวนจนเสร็จสิ้นจนเสนอต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แต่ต่อมาคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินั้นได้มีคำสั่งงดการไต่สวนเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ทั้งนี้นายซูดีรือมันยังถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกสองปีในคดี อ.2161/2552 กรณี พล.ต.ต. จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จในมูลเหตุคดีเดียวกันนี้

ต่อการฟ้องคดีดังกล่าวมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เห็นว่า การร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการซ้อมทรมาน ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment-CAT) ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามเป็นภาคีของอนุสัญญามาตั้งแต่ปี 2550 ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 62

ผู้ร้องเรียนโดยสุจริตควรได้รับการคุ้มครอง เพื่อนำผู้กระทำผิดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐมาลงโทษอันเป็นการส่งเสริมมิให้เกิดวัฒนธรรมผู้กระทำผิดลอยนวล แต่หากรัฐไม่สามารถคุ้มครองเหยื่อของการซ้อมทรมานได้ การบังคับใช้อนุสัญญาฯและรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงและทำให้การซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม:
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ 081-4394938
นายปรีดา นาคผิว ทนายความ โทร. 02-6934939 ต่อ 301