อ่านรายงานสถิติคดีความมั่นคงฉบับเต็มที่ ข้อมูลสถิติและข้อค้นพบในคดีความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้_MAC1

ต้นไม้ (พิษ)ของกฎหมายพิเศษ : ข้อค้นพบจากสถิติคดีความมั่นคง

                                             อนูกูล อาแวปูเตะ  ประธานศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดปัตตานี

 

เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๔  ที่ห้องจะบังติกอ โรงแรมซีเอสปัตตานี มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ร่วมกับเนติบัณฑิตอเมริกา หรือ American Bar Association Rule of Law Initiative (ABA)  ได้มีการจัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็น ต่อร่างรายงานข้อมูลสถิติคดีและข้อค้นพบในคดีความมั่นคง ตามโครงการการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคดีความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Case Audit) โดยได้มีการจัดเวทีรับฟังความเห็นร่างรายงานดังกล่าว จากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ  นักวิชาการ  ตัวแทนภาคประชาสังคม ตัวแทนสื่อ เข้าร่วมในการรับฟังและให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว

นับว่ารายงานดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้น และมีคุณค่าทางวิชาการเป็นอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ได้มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐  และได้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีความมั่นคงมาตลอดระยะเวลา 5 ปีนั้น ทางศูนย์ทนายความมุสลิมได้นำเสนอการทำงานในเชิงวิชาการในรูปแบบงานวิจัยเป็นครั้งแรก   งานวิจัยครั้งนี้มีกระบวนการในการจัดทำ การรวบรวมข้อมูล และนำเสนอเป็นภาพในเชิงสถิติ ให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางเนติบัณฑิตอเมริกา หรือ American Bar Association Rule of Law Initiative (ABA) และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งคุณเยาลักษณ์ อนุพันธุ์ (คุณเอ๋)  และคุณศิริกาญจน์ เจริญศิริ (คุณจูน) ที่ให้ความสำคัญกับคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ และมีส่วนในการผลักดันรวมทั้งให้การสนับสนุนโครงการจนงานประสบความสำเร็จและลุล่วงด้วยดี

กระบวนการในการจัดทำรายงานตามโครงการดังกล่าว เริ่มมีการดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๓  คือตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๓-ธันวาคม ๒๕๕๔ เริ่มตั้งแต่การระดมความคิดจากหลายภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรม เพื่อวางกรอบในการจัดทำรายงาน (Check list) เพื่อระบุหลักกฎหมายตามมาตรฐานสากล รัฐธรรมนูญ กฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะขั้นตอนตั้งแต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎอัยการศึก พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก ฉุกเฉิน) และการแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อกำหนดรายละเอียดแบบฟอร์มที่จะใช้เก็บรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุม โดยกำหนดจำนวนคดีตัวอย่างที่ใช้เป็นฐานข้อมูล โดยยกกรณีศึกษาจากคดีความมั่นคง จำนวน ๑๐๐ คดี ที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำเภอของสงขลา

เมื่อได้ข้อมูลของคดีตัวอย่างแล้ว ก็ดำเนินการคัดเลือกข้อมูลจากแบบสอบถามลงไฟล์เอกเซล (Microsoft Excel)  แล้วทำการสังเคราะห์ข้อมูลโดยทำการย่อยข้อมูลดิบทั้งหมด ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ในโปรแกรมดังกล่าว จากนั้นนำข้อมูลที่ย่อยแล้วนั้น ให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการวิเคราะห์ข้อมูล  และได้มีการจัดทำเป็นรูปเล่มนำเสนอในรูปกราฟสถิติ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ซึ่งทางมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลของรายงานดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาในกระบวนการยุติธรรมต่อคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะเป็นประโยชน์ในการนำเสนอเป็นแนวทางในการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมได้อย่างแท้จริง

จากผลการศึกษาคดีความมั่นคงใน ๑๐๐ คดี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ๗๒ คดี (ซึ่งมีความใกล้เคียงกับข้อมูลของศาลยุติธรรมที่ระบุว่ามีคดีความยกฟ้อง ๗๘.๕%)   นอกจากนี้ยังพบว่าในการปฏิบัติต่อบุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษ  มีการข่มขู่ทำร้ายทั้งทางร่างกายและใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพและขู่เข็ญตั้งแต่ในขั้นตอนการจับกุม การกักหรือคุมตัวไปจนถึงการซักถามไม่ว่าตามกฎหมายพิเศษ คือ กฎอัยการศึก หรือ พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) รวมถึงในชั้นของการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยข้อมูลดังกล่าวปรากฏในทุกขั้นตอนจากรายงาน (Check list) ในสำนวนคดีตัวอย่างของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม

เมื่อตรวจสอบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นในชั้นการถูกกักตัวและซักถามหรือสอบปากคำจะพบว่า สถิติการทำร้ายและขู่เข็ญมีสูงที่สุดในกระบวนการภายใต้กฎอัยการศึก รองลงมาคือการดำเนินการภายใต้ พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) แต่สิ่งที่น่าสนใจของรายงานดังกล่าวก็คือ ในจำนวนคดีความมั่นคง ๑๐๐ คดีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนมีการฟ้องคดีต่อศาลในข้อหาก่อการร้าย อั้งยี่ หรือซ่องโจร และที่น่าสนใจก็คือ เมื่อตรวจสอบถึงที่มาก่อนที่จะมีการตกเป็นผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ตามรายงาน ข้อ ๕.๑ การปรากฏตัวต่อเจ้าพนักงานในชั้นสอบสวน) มีถึง ๔๙ คดีที่มาจากการส่งตัวผู้ต้องหามาจากการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษก่อน

จะเห็นได้ว่าที่มาของผู้ที่ถูกดำเนินคดีความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ก่อนที่จะมีแจ้งข้อกล่าวหาในฐานะเป็นผู้ต้องหา ส่วนใหญ่มาจากการถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ อาจเป็นกฎอัยการศึก หรือพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.) จากนั้นจึงมีการส่งตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี  ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่าน (ช่วงที่เก็บข้อมูลพ.ศ. ๒๕๕๒- ๒๕๕๔)  กฎหมายพิเศษจึงเป็นหน่อหรือผลผลิตของคดีความมั่นคง  นี่ยังไม่รวมถึงบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่มาจากการซัดทอดของผู้ที่ถูกดำเนินคดีหรือบุคคลอื่นที่ถูกควบคุมตัว  จนมีการขยายผลไปสู่การออกหมายจับ แล้วทำการจับกุมดำเนินคดี  จากต้นไม้ (พิษ) ของกฎหมายพิเศษ ได้ขยายเชื้อแตกหน่อเพาะพันธ์เจริญงอกงามพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา  ความชัดเจนที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของรัฐบาลใหม่นี้อย่างไรคงต้องติดตามดูต่อไป

———————-