25-04-2011 ใบแจ้งข่าว_ผู้ต้องหาปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 พรบ.ความมั่นคง _final_

เผยแพร่วันที่ 15 ธันวาคม 2554
ใบแจ้งข่าว
ผู้ต้องหา 4 รายยื่นคำร้องต่อศาลนาทวีปฏิเสธไม่เข้าร่วมกระบวนการตามมาตรา 21
พรบ.ความมั่นคงฯ

นายอับริก สหมานกูด นายซุบิร์ สุหลง นายมะซับรี กะบูติง และนายสะแปอิง แวและ ราษฎรจากอำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมให้ยื่นคำร้องปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ตามพรบ.ความมั่นคงฯ ต่อศาลจังหวัดนาทวีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ผู้ต้องหาระบุว่าถูกบังคับให้เข้าสู่กระบวนตามมาตรา 21 โดยไม่สมัครใจและไม่เข้าใจขั้นตอนของการเข้าสู่กระบวนการมาตรา 21 และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาญาตามที่ถูกกล่าวหาและขอเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ในคดีอาญาตามปกติเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนต่อไป
โดยในวันนี้พนักงานอัยการในฐานะตัวแทนกอรมน.ผู้ร้องแถลงขอเลื่อนการพิจารณาอ้างเหตุว่า ตามที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่รับสารภาพและไม่ประสงค์เข้ารับการฝึกอบรมแห่งพรบ.ความมั่นคงฯ ตามคำร้องของผู้ต้องหาฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคมนั้น พนักงานอัยการผู้ร้องได้รับทราบเรื่องดังกล่าวในวันนี้ ผู้ร้องขอนำเรื่องดังกล่าวปรึกษาผู้บังคับบัญชาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร และจะแถลงให้ศาลทราบในวันที่ 23 มค. 2554 เวลา 9.00 น ศาลเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากผู้ต้องหาทั้ง 4 รายในวันนี้และได้รับทราบข้อเท็จจริงตามคำร้อง ประกอบกับทนายความฝ่ายผู้ต้องหาทั้ง 4 รายไม่คัดค้านเห็นควรให้โอกาสจึงให้เลื่อนไปนัดพร้อมตามที่พนักงานอัยการแถลงขอ
หมายเหตุ
เนื่องด้วยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 รายถูกจับกุมจากอำเภอเทพาและอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลาพร้อมผู้ต้องสงสัยรายอื่นรวมทั้งสิ้น 8 ราย และผู้ต้องหาบางรายได้ถูกควบคุมตัวตามพรก.ฉุกเฉินฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี แต่เหตุแห่งการจับกุมเป็นข้อสงสัยที่เกี่ยวกับพื้นที่ที่ไม่ได้ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน จึงมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจึงนำมาสู่การตัดสินใจยื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัวตามพรก.ฉุกเฉินฯ เป็นคดีดำที่ ฉฉ. 12-19 /2554 โดยศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินฯและมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 8 รายเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 เนื่องจากการใช้หมายจับพรก.ฉุกเฉินในพื้นที่ที่ไม่ได้บังคับใช้กฎหมายพรก.ฉุกเฉิน
ต่อมาปรากฎว่าผู้ถูกควบคุมตัวทั้งแปดรายได้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาว่ามีส่วนในการก่อเหตุระเบิดที่อำเภอเทพา เมื่อเดือนเมษายน 2554 โดยผู้ถูกควบคุมตัวกลุ่มแรกจำนวน 4 รายได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ส่วนผู้ถูกควบคุมตัวกลุ่มที่สองจำนวน 4 รายได้มายื่นปฏิเสธเข้าร่วมตามมาตรา 21 ดังกล่าว
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
นายสิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม 089-873 1626

ข้อมูลจากศูนย์ข่าวอิศรา วันที่ 14 ธค. 2554
ลุ้นศาลสั่งบุคคลเป้าหมาย 4 รายแรกเข้ากระบวนการ ม.21

มีรายงานว่า ในวันพุธที่ 14 ธ.ค.2554 ศาลจังหวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา นัดพิจารณาว่าจะมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคง เข้ารับการอบรมตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือไม่ ซึ่งนับเป็นกรณีแรกตั้งแต่รัฐบาลประกาศให้พื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี เป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

ทั้งนี้ มาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ กำหนดให้ศาลสามารถสั่งให้บุคคลเข้ารับการ “ฝึกอบรม” อยู่ภายใต้การดูแลของ กอ.รมน.ได้เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน เมื่อปรากฏเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.ครม.มีมติตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ให้อำนาจ กอ.รมน.ดำเนินการภายในเขตพื้นที่ที่กำหนด

2.เมื่อปรากฏว่าบุคคลใดต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามที่ ครม.กำหนด แต่ผู้นั้นกลับใจเข้ามอบตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วปรากฏว่าบุคคลนั้นได้กระทำไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และการเปิดโอกาสให้บุคคลนั้นกลับตัวจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

โดยขั้นตอนการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ได้แก่

1.พนักงานสอบสวนส่งสำนวนรายงานการสอบสวนและความเห็นไปให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน. – กรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายถึง ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งก็คือแม่ทัพภาคที่ 4)

2.เมื่อ ผอ.รมน.เห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน และตรงกับเงื่อนไขข้างต้นครบถ้วน ให้ ผอ.รมน.ส่งบันทึกสำนวนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ

3.พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงให้ ผอ.รมน.เพื่อเข้ารับการอบรม

4.หากผู้ต้องหายินยอมเข้ารับการอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ และศาลเห็นสมควร ศาลจะสั่งให้ส่งผู้ต้องหานั้นให้ ผอ.รมน.เพื่อเข้ารับการอบรมเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่ศาลกำหนด

5.เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ารับการอบรม รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่ศาลกำหนดเสร็จสิ้น ผลคือสิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องผู้ต้องหาเป็นอันระงับไป

สำหรับบุคคลที่ต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่กลับใจเข้ามอบตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วปรากฏว่าบุคคลนั้นได้กระทำไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กลุ่มแรกที่จะเข้าสู่กระบวนการให้ศาลพิจารณาและสั่งเข้ารับการอบรมเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน มีอยู่ด้วยกัน 4 ราย ซึ่งคาดว่าศาลจังหวัดนาทวีจะมีคำสั่งในวันเดียวกันนี้ (14 ธ.ค.)