แถลงการณ์ ประณามผู้ก่อความไม่สงบ

แถลงการณ์ ประณามผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

แถลงการณ์ ประณามผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เรียกร้องร่วมกันยุติวงจรความรุนแรง ร่วมแรงรัฐและภาคประชาสังคม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชน

ในวันนี้วันที่ 25 ตุลาคม 2554 วันครบรอบ 7 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้า สภ. ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการสลายม็อบ และขนย้าย 85 ราย จากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวสร้างให้เกิดความระแวง และความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน และสร้างให้เกิดวงจรความรุนแรงโต้ตอบกันตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา

วันเดียวกันนี้เป็นวันที่เกิดเหตุระเบิดกว่า 13 จุด ในเขตตัวเมืองยะลา รายงานล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีกกว่า 40 คน ระเบิดยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั่วเมืองยะลา สร้างความเสียหายในชีวิตทั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บผู้บริสุทธิ์จำนวนมากยังไม่อาจประเมินความเสียหายได้

อีกทั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2554 เกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มใส่จุดตรวจในพื้นที่ ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร (อส.) อำเภอเมืองนราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย และเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 33 บาดเจ็บอีก 1 นาย

จากนั้นในเวลาไล่เลี่ยกันเกิดเหตุระเบิดร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่สองร้านใจกลางเมืองนราธิวาสซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประกอบกิจวัตรประจำวันประชาชาผู้บริสุทธิ์ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส แรงระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้อาคารดังกล่าวเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 8 ราย ตามรายงานข่าว

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมขอประณามผู้ใช้ความรุนแรงการก่อเหตุร้าย โหดร้าย มุ่งประสงค์ต่อผู้บริสุทธิ์และสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ และขอให้ผู้ก่อเหตุร้ายยุติการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ที่สร้างความหวาดกลัวและความไม่ปลอดภัยต่อสาธารณะชน การใช้ความรุนแรงไม่สามารถสร้างความชอบธรรมในการเรียกร้องความเป็นธรรมได้

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับความเสียหายจากความรุนแรงดังกล่าวทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว และเหมาะสม อันเป็นการเยียวยาความเสียหาย และความรู้สึกทางจิตใจของผู้ประสบเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้รัฐยังมีภาระหน้าที่ในการปรับปรุงแก้ไขมาตรการความปลอดภัยให้มีมาตรฐานสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีแนวโน้มในการใช้วัตถุระเบิดที่มีอนุภาพรุนแรง และมีความถี่ของการก่อเหตุมากขึ้น

ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมีความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุและสร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เคารพต่อหลักการของกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการใช้เครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างมาตรการเพื่อให้ยุติวงจรรุนแรง ซึ่งหมายถึงการเปิดพื้นที่เพื่อการเจรจายุติการใช้ความรุนแรง การเปิดพื้นที่ประชาธิปไตยรับฟังแนวทางทางการเมืองแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจากผู้ที่เห็นต่าง สร้างกิจกรรมร่วมแรงรัฐ ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชนให้ได้ในที่สุด

ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ทนายสิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ Tel. 089-8731626
ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม Tel. 086-7093000

Loader Loading...
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [162.00 B]

TAG

บทความที่เกี่ยวข้อง