English version_Lawyer council of Thailand _statement on ThaiFlood and assistance for migrant workers

Lawyer council of Thailand _statement on ThaiFlood and assistance for migrant workers

แถลงการณ์ สภาทนายความ

การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางมนุษยธรรม

แก่ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสัญชาติ

เชื้อชาติ ความแตกต่างทางภาษา
หรือสถานะทางกฎหมาย

 คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ
แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น   สภาทนายความ

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔

สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย  ส่งผลให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก
ซึ่งมีทั้งราษฎรไทยและแรงงานต่างด้าว และด้วยปัญหาการสื่อสารทางภาษา ความหวาดกลัว  ทำให้แรงงานต่างด้าวซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทย  กับประชาชนไทย หรือหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยได้  ส่งผลให้ผู้อพยพและแรงงานข้ามชาติเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนเป็นเท่าทวีคูณ

ที่ผ่านมาเป็นที่น่ายินดีว่ามีหลายภาคส่วนได้พยายามช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ  แก่ทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสัญชาติ เชื้อชาติ ความแตกต่างทางภาษา  หรือสถานะทางกฎหมาย แต่ก็ยังมีหลายภาคส่วนเช่นกันที่ยังกังวลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายในการเข้ามาและอยู่อาศัยในประเทศไทย  หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยหากให้ความช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามที่ประสบอุทกภัยเหล่านั้น  ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามไม่สามารถเข้าถึงหรือได้รับความช่วยเหลือทางปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นแก่การดำรงชีพตามความเหมาะสม  รวมทั้งได้รับการปฏิเสธจากที่พักพิง  ทั้งที่หน่วยงานรัฐและเอกชนจัดตั้งขึ้น

ด้วยปัญหาดังกล่าว คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ  ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ตระหนักและเล็งเห็นว่า  การชี้แจงและทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน  ราษฎรไทยและองค์กรทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  (ศปภ.) เพื่อคลายข้อกังวล ลดปัญหา และเสริมสร้างความเข้าใจ ดังต่อไปนี้

๑)  แรงงานต่างด้าวทุกคนถือเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการร่วมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย  สำหรับประเภทงานที่ขาดแคลนแรงงาน สกปรก รายได้น้อย และเป็นงานที่แรงงานไทยไม่ทำ  ควรที่จะได้รับการยอมรับและปฏิบัติว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคมไทย  ดังนั้น  การให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้
จำเป็นต้องให้ความคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมแก่ทุกคนโดยเสมอภาค  ไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสัญชาติ    เชื้อชาติ  ภาษา วัฒนธรรม หรือสถานะทางกฎหมาย  ซึ่งมีหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
สนธิสัญญา อนุสัญญาระหว่างประเทศจำนวนมาที่ไทยลงนาม และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้การรับรอง

๒)  สถานะทางกฎหมายของแรงงานต่างด้าวสามสัญชาติในประเทศไทย  รัฐบาลไทยได้ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราว  โดยขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยและขออนุญาตทำงาน (WORK PERMIT) ต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และแรงงานต่างด้าวบางส่วนได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ชาติ  โดยถือหนังสือเดินทาง (PASSPORT) วีซ่า (VISA) และมีใบอนุญาตทำงาน (WORK PERMIT) ตามนโยบายของรัฐบาลไทย  แต่ก็ยังมีแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามอีกส่วนหนึ่งที่อยู่อาศัยในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายด้วยเหตุปัจจัยที่แตกต่างกัน  ไม่ว่าแรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวจะเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย  ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ตาม
การดำเนินการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวเพื่อเป็นการช่วยชีวิตบุคคลในสถานการณ์อุทกภัยด้วยวิธีการใด  ๆ ดังนี้

๑.  การช่วยเหลือ ลำเลียง  หรือให้แรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว ให้โดยสารรถ เรือ  หรือยานพาหนะใด ๆ
มิอาจถือว่าเจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ  กระทำผิดเกี่ยวกับการนำพาหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง  พ.ศ. ๒๕๒๒  มาตรา ๗๐

๒.  การช่วยเหลือ ให้ที่พักพิง  ซึ่งอาจเป็นบ้านส่วนตัว โรงแรม ที่พักฉุกเฉิน สถานที่ราชการ หรือเอกชน  หรือสถานที่ใด ๆ แก่แรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว มิอาจถือว่าเจ้าของบ้าน  โรงแรม ผู้ที่รับผิดชอบดูแลที่พักฉุกเฉิน  สถานที่ราชการหรือเอกชนหรือสถานที่ใด ๆ เหล่านั้น ได้กระทำผิดพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๔

๓.  กลุ่มแรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานหรืออาศัยอยู่ในเขต/พื้นที่จังหวัดที่ขึ้นทะเบียน
และบุคคลนั้นจำเป็นต้องเดินทางออกนอกเขต/พื้นที่จังหวัดที่ตนขึ้นทะเบียนขณะเกิดอุทกภัย  โดยไม่ได้ขออนุญาตออกกนอกพื้นที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย  มิอาจถือว่าบุคคลนั้นกระทำผิดเกี่ยวกับการออกนอกเขต/พื้นที่ขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต

๔.  แรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถทำงานกับนายจ้างเดิมหรือในอาชีพเดิมได้ด้วยเหตุจากอุทกภัย
และจำเป็นต้องทำงานกับนายจ้างใหม่หรือทำงานอื่น ๆ  ซึ่งอาจเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต  หรือมิได้ทำการแจ้งเปลี่ยนย้ายงานย้ายนายจ้างตามกฎระเบียบของกระทรวงแรงงาน  หากเป็นการทำงานเพื่อยังชีพระหว่างประสบอุทกภัย  มิอาจถือว่าบุคคลนั้นกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานในอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดประเภท  หรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

๕. รักษาพยาบาลให้กับแรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว  มิอาจถือว่าแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ผู้ให้การรักษาโรคนั้นได้กระทำผิดกฎหมาย

๖.  การที่เจ้าหน้าที่รัฐ  ไม่ว่าเจ้าหน้าตำรวจ  หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่มีหน้าที่จับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย  หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย หรือออกนอกเขต/พื้นที่จังหวัดที่ขึ้นทะเบียน  หากพบหรือทราบว่ามีคนต่างด้าวเช่นว่านั้น และไม่ได้ดำเนินการจับกุม  มิอาจถือว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นกระทำผิดเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๑๕๗

๗.  เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน  ผู้มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่ทำงานผิดประเภทหรือไม่มีใบอนุญาตให้ทำงาน
หากพบหรือทราบว่ามีคนต่างด้าวเช่นว่านั้น  มิอาจถือว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นกระทำผิดเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๑๕๗

๘.  ในทางตรงกันข้ามเจ้าหน้าที่และบุคคลทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์
โดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของการอยู่ร่วมกัน  รวมทั้งเป็นคุณธรรมที่จำเป็นต้องเกื้อกูลดูแลกันตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม

๓)  ช่วงวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในหลายพื้นที่  ลูกจ้างซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวจำนวนมากไม่มีเอกสารใดๆ พกติดตัว เช่น ใบอนุญาตทำงาน  หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย ฯลฯ เนื่องจากสูญหาย  หรือไม่สามารถนำออกมาจากที่พักได้ หรือนายจ้างอาจยึดถือไว้  จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานต่างด้าวหรือผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว  โดยไม่ควรคำนึงถึงเอกสารใบอนุญาต หรือบัตรต่าง ๆ เหล่านั้น

๔)  นายจ้างที่ยึดใบอนุญาตทำงาน  หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย ฯลฯ ของแรงงานต่างด้าวไว้  ขอความร่วมมือจากนายจ้าง ให้ส่งมอบคืนบัตรหรือเอกสารประจำตัวบุคคลเหล่านั้นแก่แรงงานต่างด้าว  เนื่องจากการยึดบัตรหรือเอกสารประจำตัวของบุคคลอื่นอาจมีความผิดตามกฎหมาย

๕)  การให้ความช่วยเหลือ เยียวยา  และมาตรการคุ้มครองสิทธิแก่แรงงานต่างด้าว  ในฐานะแรงงานตามนัยแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ และกฎหมายอื่นๆ  ภาครัฐ เอกชน และนายจ้าง  ต้องช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน

คณะอนุกรรมการฯ  ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนของสังคมไทยที่หยิบยื่นความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนโดยเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ

(นายสุรพงษ์ กองจันทึก)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

นายสุรพงษ์ กองจันทึก                 ประธานกรรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น         สภาทนายความ  (๐๘๑-๖๔๒๔๐๐๖)

ประสานความช่วยเหลือ นายธนู  เอกโชติ                               อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ  (๐๘๙-๘๙๔๑๒๒๐)

นายนัสเซอร์  อาจวาริณ                  อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ  (๐๘๑-๖๑๘๑๙๒๙)

ประสานงาน                นางสาวทิพย์วิมล  ศิรินุพงศ์          อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ  (๐๘๕-๐๔๔๐๒๓๔)