คณะกรรมการเยียวยาเหยื่อไฟใต้

รัฐไฟเขียวตั้ง คกก. เยียวยาเหยื่อไฟใต้ ดึงทุกฝ่ายร่วม ยึดคำสั่งศาลคดี “อิหม่ามยะผา” เป็นบรรทัดฐาน

รัฐไฟเขียวตั้งคณะกรรมการเยียวยาเหยื่อไฟใต้ “ประชา พรหมนอก” นั่งประธาน ดึงทุกฝ่ายร่วมทั้งภาครัฐ ศอ.บต. เอ็นจีโอ ประชาชน เคาะตัวเลขรายละ 5 ล้าน ยึดคำสั่งศาลคดี “อิหม่ามยะผา” เป็นบรรทัดฐาน เผยทำหน้าที่คล้าย กอส.ในอดีต ชงแนวทางดับไฟใต้ แถมเชิญทูตจากประเทศมุสลิมในโอไอซีร่วมวงประชุมด้วย

ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2554 แต่งตั้งคณะกรรมการการประสานงาน และติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เพื่อทำหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจ สนับสนุนการดำเนินงานของ คอป. และเสนอแนะมาตรการการเยียวยาฟื้นฟูเหยื่อรวมถึงผู้เสียหายจากเหตุรุนแรงทางการเมืองนั้น

ล่าสุดมีรายงานว่ารัฐบาลได้เตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมอีก 1 ชุด เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

คณะกรรมการชุดนี้ใช้ชื่อว่า “คณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและสูญเสียจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่ง ครม. เห็นชอบในหลักการแล้ว และมอบหมายให้ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอรายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งกรรมการให้ ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า พล.ต.อ. ประชา จะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการเยียวยาฯ ชุดนี้เอง โดยมีกรรมการประมาณ 25 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ ทั้งภาคราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคประชาชน มีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นกรรมการและเลขานุการ

วัตถุประสงค์ก็เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ข้าราชการทหาร ตำรวจ ครู และกลุ่มอาชีพอื่นๆ ซึ่งตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ วันที่ 30 ก.ย.2554 จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4,850 ราย และบาดเจ็บอีกเกือบ 1 หมื่นราย

“คณะกรรมการชุดนี้จะทำการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อวางหลักเกณฑ์การเยียวยาที่ชัดเจน ครอบคลุม และไม่เลือกปฏิบัติ โดยไม่ได้มุ่งที่ตัวเงินอย่างเดียว แต่จะมีการเยียวยาด้านอาชีพ หางานให้ทำ หรือแม้กระทั่งสนับสนุนด้านการกีฬาด้วย โดยเหยื่อในเหตุการณ์ที่อาจจะอยู่ในข่ายต้องเร่งรัดพิจารณาก่อน ก็เช่น เหตุการณ์ตากใบ กรือเซะ ไอร์ปาแย (กราดยิงในมัสยิด เสียชีวิต 10 ราย)

นอกจากนั้นจะมีการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ทั้งด้านการพัฒนา การอำนวยความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อจัดทำรายงานเสนอไปยังรัฐบาลด้วย โดยภารกิจทั้งหมดนี้จะทำให้จบภายใน 1 ปี”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า จุดเด่นของคณะกรรมการฯ คือจะประชุมร่วมกับทูตจากประเทศมุสลิม ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกองค์การการประชุมอิสลาม หรือโอไอซี เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และให้โลกมุสลิมได้เห็นถึงความจริงใจจริงจังของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาภาคใต้และดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มอย่างดีที่สุด

“สำหรับยอดเงินที่จะใช้ในการเยียวยาคงต้องให้กรรมการไปหารือกัน แต่ก็ได้มีการพูดคุยนอกรอบว่าน่าจะนำตัวเลขที่ศาลสั่งให้กระทรวงกลาโหมจ่ายค่าเสียหายทางละเมิดแก่ครอบครัวของอิหม่ามยะผา กาเซ็ง ซึ่งถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิตในฐานทหาร (ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อเดือน มี.ค.2551) มาเป็นตุ๊กตาเพื่อพิจารณา ซึ่งศาลสั่งจ่าย 5.2 ล้านบาท” แหล่งข่าว ระบุ

(หมายเหตุ: ทั้งนี้การเยียวยาทางแพ่งศาลได้พิจารณาถึงสถานะของบุคคลผู้เสียชีวิต และทายาทซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีด้วย  และการเยียวยาด้วยการจ่ายเงินค่าชดเชยเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เงินที่จ่ายคือภาษีของประชาชนซึ่งควรได้รับการพิจารณาการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ไม่ใช่แต่เพียงแก้ไขหรือแก้ตัวของการกระทำผิดทางอาญาของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด)

Loader Loading...
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [162.00 B]

TAG

บทความที่เกี่ยวข้อง