I mourn the loss of thousands of precious lives, but I will not rejoice in the death of one, not even an enemy. Returning hate for hate multiplies hate, adding deeper darkness to a night already devoid of stars. Darkness cannot drive out darkness: only light can do that. Hate cannot drive out hate: only love can do that. – Martin Luther King Jr.

บทความ: โอบามา & โอซามา (บิน ลาดิน) กรณีจับตายเหยื่อศาลเตี้ยระดับโลก

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ

3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตามข่าวที่แผยแพร่ไปทั่วโลกว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานายบารัก โอบามา กำกับดูแลการลงโทษประหารชีวิตตามคำสั่งศาลโดยไม่รู้ว่าศาล (เตี้ย)ได้พิจารณาคดีนี้ที่แห่งหนใด     เป็นเหตุให้จำเลยของสหรัฐอเมริกาและของโลกนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัล กออิดะห์ เสียชีวิตพร้อมบุคคลอื่นไม่ทราบจำนวน  และการปฏิบัติการครั้งนี้ถูกนับว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกาและคนทั้งโลก   และนายโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายังกล่าวสำทับอีกว่า “And on nights like this one, we can say to those families who have lost loved ones to al Qaeda’s terror: Justice has been done”  ในคืนอย่างเช่นคืนนี้ (คืนที่โอบามาประกาศทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายบิน ลาดิน) เราพูดกับครอบครัวของผู้สูญเสียจากการก่อการร้ายของอัลกออิดะห์ได้แล้วว่าเราได้รับความยุติธรรมแล้ว”

เหตุการณ์บันลือโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 นำโดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปีพ.ศ.2552ยังไม่ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมหรือเกินกว่าเหตุของปฏิบัติการดังกล่าว  และขัดแย้งกับหลักการสิทธิมนุษยชนและสันติภาพหรือไม่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR ข้อ 3) ว่าด้วยการห้ามกระทำการนอกเหนือขอบเขตของกฎหมาย การกระทำการโดยรวบรัด หรือโดยปราศจากเหตุผล ห้ามการฆ่านอกระบบกฎหมายและการทำให้เสียชีวิตโดยพลการ

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่หวาดกลัวภัยการก่อการร้ายในปัจจุบัน  คำถามที่อ้างอิงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและสันติภาพกับการจับตายนายโอซามา บินลาเดน ว่า เป็นการกระทำนอกขอบเขตกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายใดๆ ตามสมควรหรือไม่  เป็นผลของการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด หรือคำสั่งหนึ่งคำสั่งใด โดยเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำจากฝ่ายรัฐ หรือโดยการกระทำของบุคคลอื่นใดโดยการสมรู้ การเปิดโอกาสให้ช่วยเหลือ หรือความยินยอมของฝ่ายรัฐ และเป็นการฆ่าสังหารโดยปราศจากเหตุผลปรากฏขึ้นด้วยเมื่อมีการใช้บทลงโทษประหารชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินคดีอย่างรวบรัดที่ถูกนำมาใช้ที่มีหลักประกันความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่   คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากบางมุมโลกอย่างเงียบๆ และไม่อาจต้านทานต่อกระแสต่อต้านการก่อการร้ายโลกได้  ตราบใดที่วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนและสันติภาพของผู้คนยังไม่เข้มแข็งพอ

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นให้เห็นความอ่อนแอของวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างมีนัยสำคัญคงเป็นเรื่องการฝัง (ทิ้ง) ศพนายโอซามา บินลาเดนในทะเลเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ยังนิยมชมชอบสามารถแสดงความเคารพศพได้ถ้าเป็นการฝังศพของผู้เสียชีวิตชาวมุสลิมทั่วไป  และยังสะท้อนให้เห็นความหวาดกลัวและหวาดระแวงอย่างขาดสติของประเทศผู้นำของโลกอีกด้วย  ซึ่งเป็นการขัดต่อจารีตประเพณีที่พึ่งปฏิบัติศพและต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตควรมีอำนาจในการตัดสินใจแม้จะเป็นศพของผู้ร้ายเบอร์หนึ่งของโลกก็ตาม    นอกจากนี้หากเราได้ใช้สติพิจารณาทบทวนดูจะพบว่าการกระทำดังกล่าวยังขัดมนุษยธรรมและมโนสำนึกของสังคมอีกด้วย  แต่ท่ามกลางกระแสข้อมูลของสื่อทั่วโลกรวมทั้งสื่อไทยที่นำข่าวดังนี้มาเผยแพร่ต่อยังคงเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวของบุคคลที่ถูกลอบสังหาร ด้วยการกล่าวหาด้วยข้อมูลที่ผู้ตายไม่มีโอกาสแก้ตัว แก้ข่าว หรือออกเวปไซด์ facebook แถลงแก้ข่าว  ไม่แตกต่างจากข่าวของประเทศไทยหลังการวิสามัญฆาตกรรมผู้ถูกกล่าวหาว่าค้ายาเสพติดหรือผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบที่มีหมายจับ ที่มักจะมีข่าวลับงานการข่าวออกมาเปิดเผยความผิดโดยคนตายไม่มีสิทธิแก้ต่าง และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตั้งคำถามและคิดทบทวนต่อเหตการณ์แต่อย่างใด

ผู้เขียนเพิ่งได้รับหนังสือ พลังแห่งสันติวิธี การยุติปัญหาความขัดแย้งในรอบศตวรรษ แปลมาจาก A Force More Powerful : A Century of Nonviolent Conflict โดยสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา   ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเล่มหนา 865 หน้าอย่างใจจดใจจ่อเพื่อศึกษาถึงแนวทางสันติวิธีท่ามกลางความขัดแย้งรอบตัว    ผู้เขียนมีความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อของการก่อการร้ายและการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบทุกผู้ทุกนาม แต่การปฏิบัติการจับตายตามคำสั่งศาลเตี้ยระดับโลกครั้งนี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสื่อและประชาชนโดยทั่วไปจะถูกสื่อพาไปนั้น   ทำให้เชื่อไปแล้วว่าโลกในศตวรรษนี้ได้หมดหวังกับพลังแห่งสันติวิธีและวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนแล้วกระนั้นหรือ 

==============