มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

2010_09_22_Crcf_statement__Condemn_Cruel_killings_incident_in_Bacho-Narathivath_Eng[1]

2010_09_22_แถลงการณ์_ประนามการสังหาร เผาทำลายศพและบ้านพัก_บาเจาะ (final)

เผยแพร่วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

แถลงการณ์ประณามการกระทำที่โหดร้ายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ 

รัฐต้องมีมาตราการป้องกันความบาดหมางระหว่างชุมชน

จากกรณีเหตุการณ์สังหารประชาชนจำนวนสี่คนและเผาทำลายศพและบ้านพัก  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 นาฬิกา เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553  ในพื้นที่ตำบล บาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส การกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่ออาชญากรรมที่เลวร้าย รุนแรง และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของสังคมไทย  มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอประณามการกระทำของอาชญากรที่ใช้ความรุนแรงและการกระทำที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม  ย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ทั้งส่งผลให้เกิดความโกรธแค้น ชิงชัง  โดยอาจทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยการกระทำดังกล่าวเป็นไปในลักษณะที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด บาดหมาง หวาดระแวงระหว่างประชาชนในชุมชน หรือความแตกแยกจนไม่อาจไว้วางใจกันได้ในกลุ่มคนต่างศาสนาต่างเชื้อชาติ หรือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน
                มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาตรการป้องกันเหตุร้าย โดยให้หน่วยงานรัฐและหน่วยงานความมั่นคงสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าในการสร้างสถานการณ์ได้รับการคุ้มครองในสวัสดิภาพและความปลอดภัยอย่างดีที่สุด  เนื่องจากในพื้นที่อำเภอบาเจาะ ในปีพ.ศ. 2553 มีเหตุการณ์ความรุนแรงในลักษณะโต้ตอบกันมาแล้วหลายครั้ง เช่น การยิงนายพรานเก็บของป่าจำนวน 6 คนเสียชีวิต และต่อมามีการยิงร้านน้ำชาทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 รายและบาดเจ็บกว่า 10 คน เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 หรือ กรณีที่มีการวิสามัญฆาตกรรมบุคคลอย่างน้อยสองคนที่เจ้าหน้าที่รัฐกล่าวหาว่ามีส่วนในการใช้ความรุนแรงก่อความไม่สงบไปเมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2553ที่ผ่านมา เป็นต้น

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยกับครอบครัวของผู้ที่สูญเสียต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอเรียกร้องต่อผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการดังนี้

1.ขอให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดในการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์และดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาต่อภาครัฐให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด อีกทั้งขอให้รัฐบาลให้การสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และจริงใจ โดยยึดถือหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

2. ขอให้ทบทวนแนวทางการทำงานของหน่วยงานรัฐในพื้นที่  ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะอำเภอบาเจาะที่ทำให้มีลักษณะเป็นการโต้ตอบหรือสร้างวงจรของความรุนแรงขึ้น  โดยวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของปัญหาและแสวงหาแนวทางการปรองดองสมานฉันท์ในระดับชุมชนโดยเฉพาะในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการสร้างสถานการณ์   ควรให้ภาคประชาชนในชุมชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยแนวทางสันติวิธิอย่างเป็นรูปธรรมและนำความสงบสุขสันติให้กลับคืนเป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

3. ขอให้มีการเยียวยาความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ชีวิต และความเสียหายทางร่างกายและจิตใจแก่ครอบครัวผู้ซึ่งต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงรวมทั้งครอบครัวอย่างเหมาะสม ซึ่งมีทั้งสมาชิกในครอบครัวที่เป็นเด็กที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ

4. ขอให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน  โดยรวมกันแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเและลดความเกลียดชังทางด้านเชื้อชาติและศาสนา โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุของผู้ไม่หวังดีและยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและหลักนิติธรรม

Leave a Reply