เผยแพร่วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 แถลงการณ์

ขอให้ยุติการผลักดันส่งกลับชาวม้งสัญชาติลาวโดยการบังคับ และผ่อนผันด้วยการเคารพหลักสิทธิมนุษยธรรม

อนุสนธิจากการที่หน่วยงานของกองทัพไทยได้ดำเนินการ เพื่อผลักดันให้ชาวม้งสัญชาติลาวที่พักพิงอยู่ที่บ้านห้วยน้ำขาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เดินทางกลับประเทศด้วยความเร่งด่วน ดังที่เป็นข่าวอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา โดยข่าวดังกล่าวระบุว่าชาวม้งสัญชาติลาวที่ลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทยจะถูกส่งกลับทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงหลักการด้านมนุษยธรรม

ทั้งนี้ การส่งกลับบุคคลไปยังประเทศที่ลี้ภัยมาโดยบังคับและไม่สมัครใจนั้นย่อมเป็นการขัดหลักสิทธิมนุษยชน แม้ว่าทางการไทยได้พยายามทำความเข้าใจกับชาวม้งสัญชาติลาวเหล่านี้ว่าทางประเทศสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เตรียมการจัดสถานที่รองรับและการปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด และพยายามสร้างอธิบายให้กับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนและองค์กรระหว่างประเทศให้เข้าใจว่าการเดินทางกลับประเทศลาวนั้นปลอดภัยและเป็นไปด้วยความสมัครใจก็ตาม

แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎการดำเนินการผลักดันชาวม้งสัญชาติลาวกลับประเทศในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้พยายามขอให้มีการจัดทำทะเบียนและแยกแยะ โดยมีชาวม้งที่อาจได้รับสิทธิเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เนื่องจากประวัติการเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งการส่งกลับดังกล่าวเสี่ยงภัยต่อการประหัตประหาร การจับกุม หรือการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม

 แต่ทางการไทยกลับดำเนินจดทะเบียนทำประวัติโดยลำพัง ปราศจากการตรวจสอบของบุคคลภายนอกหรือที่เป็นกลาง การตรวจสอบดังกล่าวอาจเป็นการเหมารวมว่าชาวม้งสัญชาติลาวทั้งหมดเป็นผู้หลบหนี้เข้าเมือง เนื่องด้วยภาวะทางเศรษฐกิจและจากการค้ามนุษย์เท่านั้น และทำให้บุคคลที่ควรได้รับสิทธิเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองโดยไม่ได้รับการบันทึกประวัติที่ถูกต้อง ทั้งที่บุคคลเหล่านี้สมควรได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยต่อไป จนกว่าจะหาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

อีกทั้งการส่งกลับย่อมไม่เป็นไปโดยการบังคับและเป็นไปด้วยความสมัครอย่างแท้จริง อนึ่ง การส่งชาวม้งลาวกลับประเทศอันเนื่องมาจากขบวนการค้ามนุษย์ โดยการหลอกลวงว่าสามารถเดินทางไปยังประเทศที่สามนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจเตรียมการล่วงหน้าและขายทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกจากประเทศตน

การส่งกลับดังกล่าวย่อมสร้างความเสียหายให้แก่ชาวม้งลาวเป็นอย่างยิ่ง เพราะขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าวน่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไทยบางส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย มิฉะนั้น ชาวม้งลาวไม่อาจเดินทางเข้าประเทศไทยในระยะทางที่ไกลและจำนวนมาก ย่อมไม่อาจพ้นหูพ้นตาเจ้าหน้าที่ไปได้ ซึ่งในประเด็นนี้ประเทศไทยควรตั้งเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญยิ่ง

ดังนั้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและสถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน และองค์กรที่มีชื่อข้างท้ายนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและหน่วยงานของกองทัพได้ผ่อนผันการส่งกลับชาวม้งสัญชาติลาวที่พักพิงอยู่ที่บ้าน ห้วยน้ำขาว จังหวัด เพชรบูรณ์ไปชั่วคราว โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและหลักกฎหมายประเพณีระหว่างประเทศที่ว่าการส่งกลับประเทศโดยการบังคับไม่สามารถกระทำได้ (Non-refoulement)

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประวัติการให้ความช่วยเหลือต่อผู้ลี้ภัย อันเดือดร้อนความเดือนร้อนเนื่องจากภัยสงครามทางการเมืองมาโดยตลอด และได้รับการยกย่องและสรรเสริญของประชาคมโลก ทั้งที่ ประเทศไทยมิได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยก็ตาม การดำรงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของประเทศในการเคารพสิทธิหลักการมนุษยชนสมควรได้รับการยกย่องและสรรเสริญ อันเป็นการแทนการถูกประณามว่าประเทศไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันชาวม้งสัญชาติลาวให้กลับประเทศโดยการบังคับ เป็นการขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยหากจะมีการส่งกลับโดยสมัครใจ การส่งกลับจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาติด้วย

แถลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา