เผยแพร่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

แถลงการณ์ร่วมองค์กรภาคประชาสังคม

ประณามการลอบสังหารนักกิจกรรมสตรี

ขอพื้นที่นักกิจกรรมที่ยึดแนวทางสันติวิธีร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

ชีวิตทุกชีวิตต้องไม่ถูกประหัตประหารจากทุกฝ่าย

ร่วมกันยุติวงจรแห่งความรุนแรง

 

                เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552  นางลัยลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ นักกิจกรรมด้านสิทธิสตรี ถูกลอบยิงพร้อมกับน้องสาวได้รับบาดเจ็บ  และต่อมานายลัยลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552    เหตุลอบยิงเกิดขึ้นในเวลากลางวันในพื้นที่ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ขณะทั้งสองคนขับรถจักรยานยนต์ไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าตามปกติ  สำหรับนางลัยลา  มีบุตรหญิงชายจำนวน 3 คน อายุระหว่าง 8 -15 ปี โดยสามีของนางลัยลาถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่กรงปีนัง เมื่อปีพ.ศ.  2549

                ครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะ สูญเสียสมาชิกในครอบครัวจากเหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้เป็นบุคคลที่ 4    โดยคนแรกเป็นลูกชายคนโต ขณะที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปีพ.ศ. 2547 มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน  และต่อมาลูกชายคนที่สอง ขณะที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปีพ.ศ. 2549  มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหมู่บ้าน   ต่อมาสามีของนางลัยลา  ก็ถูกยิงเสียชีวิตขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ เมื่อเดือนตุลาคมปีพ.ศ. 2549      นอกจากนางลัยลาแล้วครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะ มีบุตรสาวอีกสามคนที่ทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือกับสตรีและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้   ทุกคนได้ทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักเพื่อยุติความรุนแรงตามแนวทางสันติวิธี และเปิดพื้นที่อิสระให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะสตรี เด็ก และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้   โดยมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานราชการและภาคประชาสังคมทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ    เช่น การจัดตั้งกลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ และ กลุ่มลูกเหรียงที่ได้รับรางวัล พลเมืองคนกล้า  จากมูลนิธิศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย   รวมทั้งบุตรสาวอีกคนของครอบครัวได้รับคัดเลือกเป็นสตรีดีเด่นของ อ.กรงปินัง  จังหวัดยะลา เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมประจำปีพ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา  แต่อย่างไรก็ดีนางลัยลาและน้องสาวอีกสามคน และสมาชิกในครอบครัวแม้แต่เด็กและคนชราก็มักถูกติดตามและข่มขู่คุกคามจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่  แต่ทุกคนก็มิได้ย่อท้อในการทำความดีเพื่อสังคม

                องค์กรภาคประชาสังคมตามแนบท้ายนี้ขอประนามการกระทำที่โหดร้ายการประทุษร้ายต่อทุกชีวิต  และรู้สึกเศร้าสลดต่อเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยเฉพาะยิ่งเป็นการใช้ความรุนแรงประหัตประหารชีวิตสตรีนักกิจกรรมที่ยึดหลักแนวทางสันติวิธี    สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมกับคนที่ทำงานเพื่อสังคมและกับเด็กกำพร้าที่ต้องได้รับผลกระทบ    สิ่งนี้สะท้อนภาพรวมในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ว่าหลักมุนษยธรรมในพื้นที่นี้ได้สูญหายไป   เราทุกคนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบุคคลในครอบครัว รวมถึงญาติมิตรของผู้เสียชีวิต  และขอเรียกร้องต่อรัฐบาล รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายดังนี้

1.       ให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน  ให้มีการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะได้ถูกข่มขู่คุกคามมาแล้วอย่างต่อเนื่องโดยได้เคยแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไว้ด้วยแล้วนั้น

2.       รัฐต้องหามาตรการในการคุ้มครองนักกิจกรรม  คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ที่ยึดแนวทางสันติวิธี เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อจากการใช้อาวุธประหัตประหารกันและการข่มขู่คุกคามจากกองกำลังทุกฝ่าย 

3.       ขอให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ของนักกิจกรรมที่มีแนวทางสันติวิธี ให้มีพื้นที่อิสระของประชาชนเพื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงทางอาวุธและความรุนแรงเชิงโครงสร้างในทุกรูปแบบ   ชีวิตทุกชีวิตต้องไม่ถูกประหัตประหารจากทุกฝ่ายและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันยุติวงจรแห่งความรุนแรง

องค์กรร่วมลงนาม

1.      คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ

2.      มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

3.      กลุ่ม  บุหงาศานติ

4.      กลุ่ม  Foob not  Boom

5.      บ้านอาสาเพื่อเด็กและเยาวชน

6.      สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย

7.      โครงการสื่อสันติภาพเพื่อลดความรุนแรง

8.      กลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ

9.      ศูนย์ทนายความมุสลิม

10.  มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)

11. มูลนิธิวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

  • โครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม    

Tel. 086-7093000

  • คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ  Tel. 084-7280350

Leave a Reply