เผยแพร่วันอาทิตย์  28 กันยายนพ.. 2551

ใบแจ้งข่าว

ทนายความขอให้ศาลไต่ส่วนมูลฟ้องกรณีอัยการยื่นฟ้องน.. . วลัยลักษณ์

ข้อหาฆ่าและพยายามฆ่า  5 คดี อ้างถูกฟ้องคดีอย่างไม่เป็นธรรม

 

          นายมะลูซี มะตีเย๊าะ อายุ  23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สำนักวิชาการจัดการ การท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ .ท่าศาลา .นครศรีธรรมราช ได้ขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากโครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์ทนายความมุสลิมว่าตนถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและพยายามฆ่ารวม 5 คดีอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจจะส่งผลให้ตนเองต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำระหว่างการพิจารณาคดีเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์  ตนซึ่งเป็นนักศึกษาปีที่ 4  จะต้องสูญเสียอิสรภาพ และหมดโอกาสในการศึกษา ทั้งๆที่เรียนใกล้จะจบแล้ว

 

          คณะทนายความของโครงการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า มีช่องทางทางกฎหมายที่จะขอความเป็นธรรมจากศาลให้แก่นายมะลูซี มะตีเย๊าะ ก่อนที่ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นสืบพยาน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวนาน โดยจะยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องของอัยการ เพื่อมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีทั้ง 5  เนื่องจากข้อเท็จจริงกรณีนายมะลูซี มะตีเย๊าะ ที่ทนายความได้รับมีอยู่ว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2551 นายมะลูซี ได้ถูกจับ และต่อมาได้ถูกส่งฟ้องดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการในข้อหาหนักรวม 5 คดี    ในข้อหาความผิดเดิมที่นายมะลูซีเคยถูกจับมาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ซึ่งในการถูกจับและดำเนินคดีครั้งนั้น พนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้วเสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง  โดยได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นไปให้พนักงานอัยการแล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาได้แสดงพยานหลักฐานที่ชัดแจ้ง สามารถหักล้างพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนจนเป็นที่พอใจ  จนเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้ง 5 คดีดังกล่าว   พนักงานสอบสวนจึงได้มีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และมีคำสั่งปล่อยตัวนายมะลูซี ไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน .. 2550  แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบปี  พนักงานอัยการกลับมีคำสั่งฟ้องนาย มะลูซี ทั้ง 5 คดี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2551 วันที่ 8 กรกฎาคม 2551 และวันที่ 12 กันยายน ปีพ.. 2551 ตามลำดับ

 

          ที่ผ่านมาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์  ศาลจะประทับรับฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162 (2) ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ศาลไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าเห็นสมควรศาลจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้   

จากสถิติของทางราชการ ปรากฎว่าในช่วงปี ระหว่างปีพ.. 2547  ถึงเดือนสิงหาคม .. 2551  ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคดีความมั่นคงที่อัยการยื่นฟ้อง (โดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง)ก่อน  จำนวน 325 คดี     คดีที่ศาลมีคำพิพากษาหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลย ซึ่งแต่ละคดีต้องใช้เวลานานนับปีแล้ว  ทั้งสิ้น 125 คดี  โดยศาลมีคำพิพากษายกคำฟ้องของพนักงานอัยการถึง  40 คดี  คิดเป็นอัตรา 32 % ซึ่งนับว่าเป็นสถิติคดีที่ศาลยกฟ้องสูงมากเมื่อเทียบกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

สำหรับคดีนายมะลูซี  มะตีเย๊าะ ทนายความจะยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนาทวี ในวันจันทร์ที่ 29 กันยายน .. 2551 เพื่อขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้อง กรณีที่พนักงานอัยการส่งฟ้องนายมะลูซี  มะตีเย๊าะ ในข้อหาหนักทั้ง 5 คดี ดังกล่าว

 

ขณะนี้นายมะลูซี อยู่ในระหว่างการสอบกลางภาคเรียน  อีกทั้งครอบครัวนายมะลูซีไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอที่จะขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากคดีทั้ง  5 คดีเป็นคดีที่มีบทลงโทษหนัก ทำให้ต้องใช้หลักทรัพย์ในการขอประกันตัวหลักล้านบาท การถูกดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้นายมะลูซีอาจสูญเสียอนาคตในการศึกษาและการประกอบอาชีพ  ถ้าจะต้องใช้ชีวิตในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีนานนับปี  การยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องเพื่อขอความเป็นธรรมจากศาลในครั้งนี้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรม  โดยเฉพาะการตั้งข้อหาและดำเนินคดีบุคคล ในการสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้  เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาทุกคน

 

ติดต่อ นายสมชาย หอมลออ

ที่ปรึกษา โครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

02-2753954  หรือ 02-6934939

Crcf.justice@gmail.com

Leave a Reply